dot dot
เปิดตำนาน'มิราเคิล'

 

เปิดตำนาน'มิราเคิล'                  

ตามรอยสุพจน์ ภูศรีมือขวากฤช หะยีอูมาต

บิ๊กบอส มิราเคิล 1618 อินเตอร์เนชั่นแนล

            หากจะกล่าวถึงเครือข่ายขายตรง ณ ชั่วโมงนี้

                จะมีเพียงไม่กี่ค่าย ที่สามารถสัมผัสถึงระดับการเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนไปทั่วโลก กอปรกับสภาวะเศรษฐกิจเมืองไทยที่ออกอาการร่อแร่ โดยเฉพาะชาวฐานรากหญ้าที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ออกอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะภาวะราคาพืชผลอยู่ในภาวะตกต่ำสุดขีด

                และไทยยังตกอยู่ในห้างภาวะเศร้าโศกเสียใจ...นานแรมปี แล้วใครเล่าจะมาช่วยซับน้ำตาชาวไทย

                ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดีอยู่บ้าง...เพราะหากย้อนไปเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา มีธุรกิจขายตรง "น้ำดี" ก่อร่างสร้างตัวมาอย่างเงียบ ๆ ด้วยนวัตกรรมสินค้าที่โดดเด่น ผลิตด้วยนาโนเทคโนโลยีระดับโลก ที่นำสกัดสารจากธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มาสร้างเป็นโปรดักส์นำร่อง...

                โดยธุรกิจดำเนินเรื่อยมา...จนย่างกรายเข้าสู่ปีที่ 2 วงการขายตรง ต่างก็เริ่มได้ยินชื่อเสียงเรียงนามบริษัทนี้ จากการพูดคุย ถามไถ่ถึง ว่าบริษัทนี้มีชื่อเสียงเรียงนามมาจากไหน..? และ ใคร..? เป็นประธาน และองค์กรมีความแข็งแรงและมั่นคง...แค่ไหน..?

                จวบจนก้าวสู่ปีที่ 3...ชื่อขององค์กรนี้ ก็เริ่มโชว์แผ่หราตามหน้าหนังสือพิมพ์ในวงการขายตรง...เพราะได้นักบริหารหนุ่มมือฉมังที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน "สุพจน์ ภูศรี" เข้ามาในฐานะนักบริหารในตำแหน่ง "ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด" และมาเติมเต็มทางด้านยุทธศาสตร์และเป็นหนึ่งในทีมงานร่วมรบกรีฑาทัพลงภาคสนาม

                ส่วนที่มากไปกว่านั้น ชื่อของ "ประธานกรรมการบริหาร" ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน..? เพราะคนวงการต่างรู้จักเป็นอย่างดี ถึงฝีไม้ลายมือทางด้านการบริหาร แถมยังถือเป็นแกนนำ "ทัพหน้า" ในวงการขายตรง ที่เคยสร้างชื่อให้กับบริษัทขายตรงโด่งดังและประสบความสำเร็จสูงสุดจวบจนบัดนี้...

                ...บุคคลที่ว่านี้คือ บอสใหญ่ "กฤช หะยีอูมาต" หนึ่งในนักบริหารตำนานที่เคยสร้างชื่อให้กับวงการขายตรงไทยมาแล้ว ด้วยฝีไม้ลายมือการบริหารเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ และได้ก่อร่างสร้างตัวธุรกิจขายตรงอีกครั้งในนาม

                "บริษัท มิราเคิล 1618 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด"

                ร่วมแกะรอยเส้นทางเดิน "มิราเคิล" ในวันนี้ ผ่านคอลัมน์ "ตลาดวิเคราะห์" ว่า ทะยานไปไกลสุดกู่แค่ไหน..?

                "ผอ.สุพจน์ ภูศรี" ร่ายถึงประวัติความเป็นมา "มิราเคิล" ร่ายออกมาเป็นฉาก ๆ ว่า "...บริษัท มิราเคิล 1618 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด..." เปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ถึงบัดนี้นับระยะเวลารวมกว่า 3 ปี และจะครบ 4 ปีเต็ม ในเดือนมีนาคมปี 2561...

                ส่วนตัวผมเอง ได้เข้ามาสู่รั้วชายคา "มิราเคิล" เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2558 หรือประมาณ 2 ปีกว่า ๆ เพื่อต้องการสานต่อนโยบายและแนวคิดของบอสใหญ่ "กฤช หะยีอูมาต" ในฐานะ "ผู้ก่อตั้ง และ ประธานกรรมการบริหารสูงสุด" ที่ได้วาดวิสัยทัศน์บริษัทเอาไว้อย่างน่าสนใจ...ว่า "ต้องการช่วยเหลือคนไทย และ ผู้ป่วย ให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น"

เมื่อโจทย์มาด้วยปณิธานและความตั้งใจแบบนี้ มันก็สอดคล้องกับแนวคิด และ รูปแบบการทำธุรกิจของผมด้วย ผมจึงไม่รอช้าที่จะสืบสานปณิธานดังกล่าวนี้

 ...เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย ที่เกิดจากความเชื่อของพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากท่านประธานเป็นคนมุสลิมที่ยึดมั่นในศาสนาเป็นฐานหลัก ยึดมั่นในเรื่องการ "ทำความดี" ท่านประธานให้ความสำคัญเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต โดยทุก ๆ ปีท่านประธานก็จะไปแสวงบุญ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ปีนี้จึงถือเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน และทุกครั้งที่ไปแสวงบุญ ท่านได้ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ขอให้สิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ สามารถช่วยเหลือคนให้มีสุขภาพดี มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ด้วยผลิตภัณฑ์_อาร์-มิกซ์ (R-Mix)” ที่นำเข้ามาทำตลาด เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับคนไทย มอบสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยสืบไป

ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์_อาร์-มิกซ์ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากการเติมนวัตกรรมใหม่ ๆ ลงไป เป็นส่วนผสมที่ดีอย่างลงตัว ซึ่งเกิดจากคิดค้นและพัฒนาเป็นผลงานวิจัย ผลิตโดย ดร.ตัน เจ้าของโรงงานในประเทศมาเลเซีย ที่สำคัญผลิตภัณฑ์_อาร์-มิกซ์ ของ "มิราเคิล" เป็นวิวัฒนาการที่ต่อยอดทางความคิดมาจากท่านประธาน "กฤช หะยีอูมาต" เพราะท่านจบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ และในช่วงเวลาที่กำลังศึกษา ท่านก็ได้ศึกษาในเรื่องของสารเรสเวอราทรอล  ท่านจึงให้ความใส่ใจสารชนิดนี้เป็นพิเศษ

เพราะสิ่งที่ได้ค้นพบจากสารเรสเวอราทรอล ก็คือ เป็นสารสกัดมาจากองุ่น มีมากอยู่ในเปลือกองุ่นและเมล็ดองุ่น ซึ่งในแถบยุโรป มักจะเอาองุ่นมาหมักเป็นไวน์ ซึ่งในไวน์ก็จะมีสารเรสเวอราทรอลอยู่ ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ จากผลการค้นคว้าวิจัยกลับพบว่า สารชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นยา ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ จากคุณสมบัติดังกล่าว ท่านประธานเล็งเห็นโอกาสที่จะนำคุณประโยชน์ของสารตัวนี้มาใช้ ด้วยการทำวิจัยร่วมกับ ดร.ตัน  และยังได้เติมสารสกัดธรรมชาติเพิ่มลงไปอีกหลายชนิด อาทิ พืชจากตระกูลเบอร์รี่ สารสกัดจากผลแบล็คเคอร์เรนท์ ที่ให้ สารแอนโทรไซยานิน ซึ่งมีองค์ประกอบของสเต็มเซลล์ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ตัวนี้อีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร่างกายมนุษย์ของคนเรา ก็มีสเต็มเซลล์อยู่แล้ว เมื่อเติมสเต็มเซลล์จากสารที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ อาร์-มิกซ์ ไปกระตุ้น ร่างกายของคนเราก็จะเกิดการสร้างเซลล์ใหม่ นั่นคือ การสร้างความเป็นธรรมชาติด้วยของตัวมันเอง เพราะฉะนั้นเมื่อผลลัพธ์ที่ได้เป็นแบบนี้ ท่านประธานก็เลยนำสารที่มีผลงานวิจัยดี ๆ มากมาย นำมาเป็นวัตถุดิบมารวบรวมในการสร้างสารต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งต่อยอดเหนือกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป

ในช่วงของการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาร์-มิกซ์ กลับพบว่า สารที่มีอยู่ในนมวัว ไม่สามารถนำมารวมกับสารตัวใหม่ได้ เพราะจะจับตัวกันเป็นไข จึงได้เอานมวัวออกไป โดยสรุปผลิตภัณฑ์ อาร์-มิกซ์ ก็จะมีส่วนผสมถั่วขาวญี่ปุ่น สารเรสเวอราทรอลขององุ่น และสารสกัดจากพืชตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย ผนวกกับกระบวนการผลิตในระดับนาโนเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงถือได้ว่า นี่คือ วิวัฒนาการของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดูแลระบบภายในร่างกาย ด้วยสารสกัดระดับนาโน เราจึงเรียกผลิตภัณฑ์_อาร์-มิกซ์ ของเราว่า เป็น Nano spray ไม่ใช่  Bio spray ตามที่กล่าวอ้าง

นอกจากผลิตภัณฑ์ อาร์-มิกซ์ แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย ภายใต้ชื่อ กรีน-โอ ปรอโปลิช (Green-O Propolis) อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย ณ ปัจจุบันรวมแล้วมีเพียง 2 รายการเท่านั้น สำหรับผลิตภัณฑ์ กรีน-โอ นำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากน้ำลายผึ้งสีเขียว ที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเช่นเดียวกัน ที่มีส่วนผสมของผึ้ง ไม่ใช่น้ำนมผึ้ง แต่เป็นน้ำลายผึ้ง ก็คือ ผึ้งปกติจะสร้างรังไปดูดเกสรดอกไม้ น้ำมันหอมระเหย ก้านไม้ที่มียางเหนียว ๆ เอามาสร้างรัง สารสกัดที่ผึ้งดูดออกมา มันเป็นสารสกัดทางธรรมชาติที่ชื่อว่า ไบโอฟลาวเวอร์นอยด์ เป็นสารธรรมชาติที่เป็นเอ็นไซม์หลากหลายประมาณ 38 ชนิด เป็นองค์ประกอบรวมในการสร้างรังผึ้ง หลังจากผึ้งเอาตัวอ่อนไปไว้ในรัง ผึ้งก็ต้องเอาน้ำลายมาปิดรูรังผึ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคไปทำลายตัวอ่อน ฉะนั้น น้ำลายผึ้งก็จะมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ ป้องกันเชื้อ ดังนั้น สารสกัดจากรังผึ้งหรือน้ำนมผึ้ง จึงแตกต่างจากสารสกัดจากน้ำลายผึ้งทั่วไป

ทั้งนี้ ในสรรพคุณและคุณประโยชน์ของสารสกัดจากน้ำลายผึ้งนั้น มีคุณประโยชน์ในเรื่องของสารปรอโปลิช ซึ่งสารสกัดดังกล่าวในประเทศไทย ก็มีขายกันทั่วไป แต่ต้องทำความเข้าใจว่า ในเกรดและคุณภาพของสารสกัด มันมีความแตกต่างกัน ซึ่งเรื่องของสารสกัดจากผึ้ง มีรายงานการวิจัยจากต่างประเทศว่า มีการแบ่งออกเป็น 4 เกรด เกรดแรกที่ดีที่สุด คือ สีเขียว วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากประเทศบราซิล เกรดที่สอง คือ สีเหลืองทอง เกรดที่สามคือ สีน้ำตาล และเกรดที่สี่ คือสีดำ จะมีลักษณะคือข้นและเหนียว ซึ่งในประเทศไทยก็มีแหล่งวัตถุดิบมากอยู่ทางภาคเหนือ เป็นฟาร์มสวนผึ้งเพื่อสกัด แต่ไม่มีใครทำสีเขียว จะมีแค่สีเหลืองและสีดำเป็นส่วนมาก ซึ่งเกรดคุณภาพจะไม่ดีเท่ากับที่ใช้ในผลิตภัณฑ์กรีน-โอ ปรอโปลิช  

สำหรับขบวนการผลิต กรีน-โอ นั้น เนื่องจากโรงงานเป็นกระบวนการสกัดสารในรูปแบบนาโนอยู่แล้ว จึงสามารถเอาน้ำลายผึ้งมาสกัดในรูปแบบของนาโนเทคโนโลยี ภายในชื่อ กรีน-โอ ปรอโปลิช  ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติทั่วไป มีฤทธิ์ในการยับยั้งป้องกันเชื้อ ทำลายเชื้อ สร้างภูมิต้านทานของร่างกายมนุษย์ ในร่างกายเราเวลาเป็นโรคจะเป็นอยู่ 2 ประเภท คือ โรคที่ติดเชื้อ และ โรคที่ไม่ติดเชื้อ โดยธรรมชาติของมนุษย์เวลาเราติดเชื้อ ไม่ว่าจะไปหาหมอที่ไหน หมอจะให้ยาฆ่าเชื้อกลับมา เพื่อป้องกันเชื้อไม่ให้ลามและไปทำลายร่างกาย นั่นก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ยาฆ่าเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นยาทางเคมี ในขณะที่ร่างกายมนุษย์จะมีเชื้อจุลินทรีย์จำนวนมาก มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตมีทั้งเชื้อกลุ่มดีกับกลุ่มร้าย จุลินทรีย์ที่ดีที่มีอยู่ในร่างกาย ก็ไปช่วยส่งเสริมร่างกายเราให้แข็งแรง แต่ตอนที่เราได้รับยาเคมีเข้าไป ก็ไม่ทราบว่าเชื้อใดมันเป็นกลุ่มดีหรือกลุ่มร้าย พอเรากินยาเข้าไป มันก็จะไปทำลายเชื้อที่อยู่ในร่างกายทั้งหมด ก็จะส่งผลต่อเชื้อกลุ่มดีที่ไปช่วยในการย่อยก็มีปัญหา วันนี้ ยาทางเคมีทั้งหมดจึงทำให้ไตพัง ตับพัง เพราะไปทำลายระบบการย่อย และทำลายระบบขับของเสียของร่างกายโดยธรรมชาติ ส่งผลให้การขับของเสียไม่ดี ปัญหาในเรื่องของตับไตตามมา ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ กรีน-โอ สารสกัดจากน้ำลายผึ้งสีเขียวตัวนี้ ถ้านำมาใช้ทดแทนยาเคมี ก็จะเลือกได้ว่า อันไหนเชื้อดี อันไหนไม่ดี สารธรรมชาติที่เข้าไปก็จะช่วยบำรุงฟื้นฟู ไปยับยั้งเชื้อที่มันเกิดขึ้น

และนี่เป็นที่มาของตำนานผลิตภัณฑ์ "มิราเคิล" ทั้ง 2 ตำนาน ที่ส่งผลต่อการเติบโตมาจวบจนบัดนี้

จากตำนานสินค้าที่เลื่องชื่อ สู่ ตำนานการสร้างยอดที่ขายทะยานไปเกือบ 20 ล้านบาท/เดือน

เดินมาสู่เรื่องราวของเส้นทางการเติบโต "มิราเคิล" กันต่อ โดยเฉพาะเป้าหมายหลังจากนี้ "มิราเคิล" จะสร้างตำนานยอดขายให้ติดลมบนด้วยยุทธวิธีเช่นไร เรื่องนี้ "ผอ.สุพจน์" มีคำตอบ และได้ร่ายถึงยุทธศาสตร์มากมาย ที่เป็นหัวเจาะในการผลักดันยอดขายให้เติบโตและเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

หากจะเกริ่นถึงผลประกอบการในรอบ 3 ปีกว่า ๆ ย้อนไป ณ ขณะนั้นยอดขายต่อเดือนยังไม่ทะลุหลัก 10 ล้านบาท ภายหลังจากผมเข้ามาบริหาร ก็เริ่มจัดคอร์สอบรม เทรนนิ่ง และลงคลุกคลีในภาคสนามอย่างหนัก จนยอดขายเริ่มขยับจนทะลุหลัก 10 ล้านบาท/เดือน และจะขยับสู่หลัก 20 ล้านบาท/เดือนในเร็ว ๆ นี้

นับจากการดำเนินงานในปี 2557 - 2558 ที่เปิดดำเนินการมา บริษัทมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ มากกว่ามุ่งเน้นการขยายองค์กร ดังนั้น ยอดขายส่วนใหญ่จึงมาจากฐานผู้บริโภค คนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ผู้ป่วย เพราะนำสินค้าไปใช้แล้วเกิดผล ก็เริ่มตอบรับเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก โดยในช่วง 2 ปีแรกมีสมาชิกประมาณ 1 หมื่นกว่าคน

แต่หลังจากปี 2559 ที่มีการปรับระบบการทำงาน และ ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทน กระแสเริ่มตอบรับดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีผลมาจากการใช้สินค้าแล้วเห็นผล จนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น คนในระบบธุรกิจเครือข่ายก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจ และ ยอดขายก็เติบโตขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง อัตราการเติบโตก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนถึงปลายปี'59 ผลจากการตอบรับสินค้าอย่างดีเยี่ยม ก็ได้ทำการซื้อสื่อทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่อสาธารณะ และเริ่มทำการสอนทางออนไลน์ ก็ยิ่งสร้างกระแสได้แรงยิ่งขึ้น ๆ

ย่างกรายเข้าสู่ปี 2560 "มิราเคิล" ออกอาการโตแบบฉุดไม่อยู่ ดังนั้น บริษัทจึงปรับขบวนการทำงานใหม่ ด้วยการนำระบบอบรมและเทรนนิ่งเข้ามาเสริมเติมความเข้มข้นให้มากขึ้น ยังผลให้คนในระบบเครือข่ายหลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจอย่างไม่ขาดสาย จวบจนปัจจุบันมีสมาชิกทะลุ 4 หมื่นคน และที่สำคัญมีผู้นำขึ้นรับรายได้ต่อเดือนเกิน 5 แสนบาท จำนวน 3 คน และรายได้ในระดับไม่เกิน 1 แสนบาทนับไม่ถ้วน ส่วนที่รับรายได้ในระดับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ก็เริ่มก้าวขึ้นมารับรายได้อย่างทวีคูณ

ส่งผลให้ "มิราเคิล" ณ วันนี้ อยู่ในรูปแบบการเติบโตแบบทวีคูณ

ดังนั้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2560 จากการวางแผนงานระยะสั้น ที่เป็นวัฏจักรการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง อาทิ การจัดประชุม การเรียนการสอน การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ตรงนี้บริษัทมีแผนงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแต่ละเดือน "มิราเคิล" มีหลักสูตรการเทรนนิ่งและพัฒนาองค์กรอย่างเข้มข้น

ฉะนั้น ในรูปแบบของการพัฒนาองค์กร เมื่อมีการเติมโปรโมชั่นเข้าไปอย่างครบเครื่อง ยกตัวอย่างเช่น วันนี้ จัดอบรมพัฒนาองค์กรในหลักสูตร "อัศวิน มิราเคิล" เบื้องต้นก็จะมีโปรโมชั่นที่จัดให้กับผู้นำที่สามารถขึ้นคุณสมบัติในตำแหน่งแรก คือ ตำแหน่งแอมบาสเดอร์ให้ง่ายขึ้น จากนั้นก้าวสู่ตำแหน่ง เพรสซิเดนซ์ ก็จะมีการแจกรางวัล การเชิดชูเกียรติ การขึ้นรับรางวัล โดยจะมีรูปแบบในการยกระดับที่เพิ่มขึ้น

โดยผู้นำระดับแอมบาสเดอร์ จะนำเที่ยวในประเทศ บริษัทได้จัดงานมอบเข็มเกียรติยศ 2 ครั้ง ที่ตึกใบหยก ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดของเมืองไทย ระดับเพรสซิเดนซ์ จะได้รับสิทธิ์ไปท่องเที่ยวต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย และจะมอบเข็มเกียรติยศในต่างประเทศ นั่นก็คือ ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะ ดูไบ มีความโดดเด่นและมีสัญลักษณ์ คือ ตึกที่สูงที่สุดในโลก "มิราเคิล" จึงขอจัดงานเกียรติยศจารึกไว้บนตึกนั้น นั่นคือ ความยิ่งใหญ่ของเรา

ส่วนผู้นำระดับลอร์ด เพรสซิเดนซ์ จะพาไปท่องเที่ยวในภูมิภาคแถบยุโรป เพราะจะทำอะไร เราจะทำให้เหนือกว่า และทำให้ฉีกแนว นี่คือ คอนเซ็ปต์ของ "มิราเคิล"

ในขณะที่ปี 2561 "มิราเคิล" ได้วางกลยุทธ์ผลักดันธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น ด้วยการจัดเทรนนิ่งหลักสูตร Go to Am อย่างต่อเนื่อง อาทิ ขอนแก่น หาดใหญ่ พัทยา รุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นที่ 4 ซึ่งปกติบริษัทจะจัด 3 - 4 เดือนต่อครั้ง เพื่อสร้างผู้นำให้ขึ้นรับตำแหน่งแอมบาสเดอร์ จากนั้นก็จะมีหลักสูตรต่อเนื่อง Am to success เป็นหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้นำระดับแอมบาสเดอร์ประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การรับตำแหน่งต่อไป หลังจากรับเข็มเกียรติยศที่ตึกใบหยกแล้ว ก็จะมีการเทรนนิ่งในรูปแบบ Go to President  

จากแผนงานในรูปแบบการบริหาร ที่มีการวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ และ มีมาตรฐาน จนเรียกได้ว่า เป็นกลยุทธ์ที่เหนือกลยุทธ์ ที่มีความฉีกแนวเครือข่ายอื่น ๆ วันนี้ จึงทำให้ "มิราเคิล" มีกระแสเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

และก่อนจบการสัมภาษณ์ "ผอ.สุพจน์" ได้กล่าวทิ้งทวนไว้อย่างสวยงาม ว่า “มิราเคิล" เป็นบริษัทหนึ่งที่อยู่ในรูปแบบธุรกิจขายตรง ที่ยืนอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งพร้อมต้อนรับบุคคลที่เคยผิดหวังมาจากธุรกิจเครือข่ายอื่น ๆ และต้องการแสวงหาความสำเร็จอย่างถูกต้องและชัดเจน ก็เชิญเข้ามาที่ "มิราเคิล" ได้ครับ 




เวทีผู้นำ

ขุนพลเงินล้าน'หมอเส็ง'
CHIC POWER รวมพลัง สู้ฝัน คนพันธุ์ ชิค
you can change#10 ไอยรา แพลนเน็ต
ขอแสดงความยินดีกับนักขายดีเด่น แห่งค่ายหมอเส็งไทยแลนด์
"โครงการน้ำใจช่วยน้ำท่วมภาคใต้"
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด
The Angel ได้รับเกียรติมาเยี่ยมชมโรงงาน Milott Laboratories
“Thank You Party” สื่อมวลชนสายขายตรง กับบริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด
พิธีมอบเข็มเกียรติคุณนักธุรกิจเอมสตาร์
ข้อคิดจากคำคมผู้นำค่ายแด๊กซิน



dot

dot


ตลาดวิเคราะห์news
ชมรายการย้อนหลัง
ไทคม
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย)
dnetwork
IBIP


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3