|
จุดประกายไอเดียเชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคใต้
เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่และดำเนินเทศกาลฯ ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนา 14 จังหวัดภาคใต้ ที่มีศักยภาพด้านธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการ ธุรกิจอาหาร และงานคราฟต์ท้องถิ่น PTDW2025 มอบประสบการณ์การพักผ่อนในมิติใหม่ที่ผสานเสน่ห์ท้องถิ่นเข้ากับพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ โดยนำเสนอโปรแกรมที่ครบทุกมิติของการเยียวยาและฟื้นฟูพลังใจให้ผู้เข้าร่วม ภายใต้แนวคิด “South Paradise มาใต้ บายใจให้ถึงหวัน” เทศกาลฯ ผนึกกำลังทั้ง 14 จังหวัดมาร่วมออกแบบผ่านศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น ดนตรี และงานออกแบบเชิงสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนศักยภาพของทุนวัฒนธรรมที่พร้อมต่อยอดสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับภูมิภาค
PTDW2025 นำเสนอ 4 โปรเจ็กต์หลัก ได้แก่
1. South Destress Main Pavilion – พาวิลเลียนที่มอบ ‘ความสุข’ ซึ่งเป็นกุญแจสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต ที่ผสมผสานข้อมูลเชิงลึกกับประสบการณ์ที่กระตุ้นทุกประสาทสัมผัส โดยจะพาผู้เข้าร่วมสำรวจ ‘เศรษฐกิจแห่งความสบายใจ’ (De-Stress Economy) ผ่าน 4 โซนหลัก 1) Pavilion Sabai-D Space พื้นที่พักใจที่ออกแบบให้ทุกคนได้หยุดพัก สูดหายใจลึก ๆ และดึงพลังกลับคืน 2) De-Stress Economy Exhibition นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เทรนด์ และโอกาสทางธุรกิจจากผู้บริโภค 4 กลุ่มหลัก 3) Interactive & Sharing Idea เวทีแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ร่วมกันระหว่างนักสร้างสรรค์ นักธุรกิจ และผู้เข้าชม และ 4) Better Together with South Stakeholder โชว์ผลงานและโมเดลความร่วมมือเชิงนโยบายที่พัฒนาศักยภาพท้องถิ่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็น ‘แผนที่ความสุข’ ที่ชี้ให้เห็นว่าภาคใต้สามารถใช้พลังความคิดสร้างสรรค์เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่เยียวยาใจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง
2. 14 City Potential Space – พื้นที่โชว์ศักยภาพของ 14 จังหวัดภาคใต้ในมุมมองใหม่ ผ่านงานออกแบบและวัฒนธรรมที่เล่าเรื่อง ‘เศรษฐกิจแห่งความสบายใจ’ (De-Stress Economy) ด้วย 4 สภาวะประสบการณ์ สะท้อนมุมมองใหม่ของ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่
● Moment of Calm – สงบ: ชวนหยุดนิ่งเพื่อพักใจและฟังเสียงตัวเองอีกครั้ง ผ่าน 3 ปลายทางแห่งศรัทธาและการเยียวยาที่ถ่ายทอดความสงบอย่างลึกซึ้ง ได้แก่ นราธิวาส โดยกลุ่ม De’Lapae Art Space Narathiwat ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ “DIALOGUE” Ask Yourself ความผูกพันกับบ้านเรือน แม่น้ำ ทะเล และภูเขา ผ่านสายตาศิลปินและนักเล่าเรื่อง พร้อมงานเสวนาและเวิร์กช็อปสะท้อนจิตวิญญาณชายแดนใต้, พังงา โดยกลุ่ม Soul Friend & Spiritual Garden สร้างพลังบวกไปกับนิทรรศการ “เจริญอ่านเภสัช” ร้านหนังสือบำบัดใจควบคู่กิจกรรม Sound Healing ศิลปะ และโยคะ เพื่อคืนสมดุลให้กายใจอย่างแท้จริง และ นครศรีธรรมราช ที่ถ่ายทอดพลังศรัทธาตามแนวคิด “Hip & Holy” ผ่านนิทรรศการ “นครศรีฯ เมืองแห่งศรัทธา” ที่เล่าเรื่องพระบรมธาตุและประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ผ่านศิลปะจัดวาง แสง สี และเสียง ซึ่งรังสรรค์โดย Creative Nakhon เพื่อพาผู้มาเยือนกลับมาสัมผัสความสงบในหัวใจอย่างแท้จริง
● The Art of Relaxing – ผ่อนคลาย: ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับศิลปะ ดนตรี อาหาร เวิร์กช็อป และแฟชั่น ที่ทำให้ร่างกายและจิตใจได้พักอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น ยะลา โดยกลุ่ม YALA ICON นิทรรศการ เวิร์กช็อป และแฟชั่นโชว์มุสลิม ศูนย์กลางแฟชั่นมลายูที่สร้างทักษะใหม่และแรงบันดาลใจ, นิทรรศการ “ทำ RICE - ทำไหร๊?” จาก พัทลุง โดย Plural designs ที่เปลี่ยนข้าวให้เป็นวัตถุดิบนวัตกรรม, ตรัง โดย Plural designs นิทรรศการ “ตรัง โอชา – ลิ้มรสตรัง” ที่ชวนมองผู้คนผ่าน ‘มื้ออาหาร’ และเวิร์กช็อป “ตรังโอชา: สัดส่วนหมูย่างตรัง” รวมทั้งนิทรรศการชวนสำรวจเรื่องราวการพัฒนาเมือง ที่ผสานเสน่ห์ดั้งเดิมเข้ากับวิถีร่วมสมัยของ ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
● Place to Energize – ปลดปล่อย: เติมพลังหัวใจด้วยกิจกรรมที่คึกคักและสนุกสนาน ชวนให้คุณได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ เริ่มจาก สงขลา โดยกลุ่ม Songkhla Pillar นิทรรศการ “Mermaid Song.exe” ที่ตีความนางเงือกในมุมใหม่ ต่อด้วย สุราษฎร์ธานี กลุ่ม ART IN PARADISE กับ “Island Frequencies” เทศกาลศิลปะและดนตรีที่เชื่อมโยงพลังของนักสร้างสรรค์จากเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มาร่วมกันสร้างสีสัน พร้อมจัดเวิร์กช็อปและ Art Installation จากวัสดุรีไซเคิล และ กระบี่ กลุ่ม TOMOGRAM STUDIO นำเสนอนิทรรศการ “Cave Calls” โลกของภาพเขียนผนังถ้ำโบราณกระบี่ ในรูปแบบ Immersive Mapping เปิดประตูสู่ทริปผจญภัยเชิงธรณีวิทยา ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความงดงามและกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมริมทะเล
● Worry-Free Stage – ไร้กังวล: ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไร้ความกังวล ปราศจากการแข่งขัน และปล่อยใจไปตามจังหวะของตัวเอง ผ่าน 4 ปลายทางสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ Immersive Exhibition “แรร์นอง” เมืองฝน 8 แดด 4 ของ ระนอง โดย Yimsamer ที่ให้สัมผัสครบทั้งภาพ เสียง กลิ่น และเรียนรู้เรื่องราว “สตูล ‘ปลา’ณีต ที่ สตูล โดยกลุ่ม สตูลในใจ กับการถ่ายทอดภูมิปัญญาประมง, “WAQAF Pavilion” ของ ปัตตานี จากกลุ่ม Melayu Living ที่ชวนขบคิดถึงปรัชญามลายูผ่านสถาปัตยกรรมและการมีส่วนร่วมทุกมิติ และ “ล่องเสียงเล: ดำดิ่งสู่ห้วงเสียง แห่งทะเลชุมพร ” ของ ชุมพร โดย Hear & Found นิทรรศการเสียงที่ชวนดำดิ่งสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์
3. South Market – Creative Market โดย CEA ที่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็น ‘พื้นที่ทดลอง’ ที่รวบรวมผู้ประกอบการจากทั่วภาคใต้มาเจอกัน ตั้งแต่อาหารพื้นถิ่นรสแท้ แฟชั่น งานคราฟต์ ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์คุณภาพ ที่ลานจอดรถ ย่านเมืองเก่าสงขลา นอกจากนี้ยังมี หลาดดาษดื่น ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และงานศิลปะของนักสร้างสรรค์ชาวปักษ์ใต้ ที่ถนนยะลา ตรอกข้างบ้านสงครามโลก, ตลาดชุมชนมัสยิดบ้านบน และ หลาดลุ่มเล เมนูเทสใต้ ตลาดนัดเฉพาะกิจ-จริตแบบใต้ตะโกน ที่วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
4. South Special Collaboration – เวทีของ ‘พลังความร่วมมือ’ ที่สามารถเปลี่ยนทุกความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นจริง โดยเปิดโอกาสให้นักออกแบบและนักสร้างสรรค์จากภาคใต้ทำงานร่วมกับมืออาชีพทั้งในและต่างประเทศ เช่น George Town Festival 2025 (GTF2025) จากประเทศมาเลเซีย การแสดงพิเศษจากวงดนตรี “Culture Shot (a.k.a la la li la tam pong)” ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีร่วมสมัยจีน อินเดีย และมลายูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างสรรค์เสียงดนตรีอันน่าหลงใหลที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้จัดแสดงในงาน GTF2025 เป็นครั้งแรก พร้อมการแลกเปลี่ยนมาจัดแสดงต่อที่เทศกาลฯ ในวันที่ 6 กันยายน 2568, “เมืองคือผู้คน ผู้คนคือเมือง” จาก Phayanchana นิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของงานป้ายประติมากรรม ‘เมืองเก่าสงขลา’ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น โชว์เคส “สายอาร์ต: Wire Art Songkhla” โดย AIS 3BB FIBRE3 ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สงขลา และชุมชนบ้านกอร์ตานี เปลี่ยน E-Waste สู่เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์และผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นของย่านเมืองเก่าสงขลา, “Tea House Museum จิบชายามค่ำ” ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ชมนิทรรศการประวัติศาสตร์ในถ้วยชา พร้อมเสพมรหสพในบ้านคหบดีจีน ในวันที่ 5 - 6 กันยายน 2568 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา, “ขวดโค้กยักษ์” จากหาดทิพย์ พื้นที่จุดประกายศิลปะใจกลางเทศกาลฯ รวมถึงสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและสัมมนา (องค์การมหาชน), บริษัท เอปสัน ประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท เชลล์ ประเทศไทย, ฮาตาริ อิเล็คทริค และโบลท์ ประเทศไทย
|