| “กรุงศรี ออโต้” ดัน “GO Auto Station” ตลาดรถมือ 2 สูบฐานลูกค้ากว่า 5 ล้านราย ชูจุดเด่นการเป็นแหล่งซื้อขายรถยนต์มือสองแบบครบวงจรรายแรกในไทย พร้อมรถหมุนเวียนในระบบกว่า 218,000 คัน หวังช่วยขับเคลื่อนตลาดรถยนต์มือสองครึ่งปีหลังหนุนเศรษฐกิจกระเตื้อง ขอปักธงผู้นำตลาดรถมือ 2
คุณคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง กรุงศรี ออโต้ เชื่อว่ากุญแจสำคัญในการกำหนดทิศทางธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ไม่ใช่เพียงแค่การพร้อมเผชิญกับความท้าทาย แต่คือ การมองเห็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต (Driving Force) เพื่อให้เราสามารถเตรียมพร้อมและปรับตัวได้อย่างทันท่วงที โดยปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ เล็งเห็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ชัดเจนอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ดังนั้น กรุงศรี ออโต้ จึงมุ่งตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมต่อพนักงาน ลูกค้า สังคม รวมถึงผู้ถือหุ้น (Creating Shared Value through 4WINS) และแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบที่ยั่งยืนของกรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto Sustainable Responsible Lending) ซึ่งเรามั่นใจว่าสิ่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถในการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 กรุงศรี ออโต้ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพลิกฟื้นตลาดรถยนต์มือสอง เนื่องจากในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์มือสองลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าราว 5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
“กรุงศรี ออโต้ ครองตำแหน่งผู้นำตลาดสินเชื่อรถยนต์มือสองมาอย่างยาวนาน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในปัจจุบันมากถึง 1 ใน 3 ของสินเชื่อรถยนต์มือสองทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งในฐานะผู้กำหนดทิศทางตลาด (Market Shaper) กรุงศรี ออโต้ พร้อมที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ผ่าน ‘GO Auto Station ตลาดรถมือสอง’ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายรถยนต์มือสองในรูปแบบ One-Stop Solution แห่งแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการสินเชื่อไว้ในที่เดียว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และได้เลือกซื้อรถยนต์มือสองที่มีคุณภาพ ขณะที่พันธมิตรดีลเลอร์จะมีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ตลาดรถยนต์มือสองและเศรษฐกิจไทยเติบโตไปข้างหน้าต่อไป ด้วยจำนวนฐานลูกค้ามีมากกว่า 5 ล้านรายจากแอพพลิเคชั่น” คุณคงสิน กล่าวเพิ่มเติม
|