|
นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังการจัดงาน “Innobic Life Science Business Excellence Move Forum” ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่วางไว้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ปตท.ในฐานะที่ถือหุ้น 100% ได้ปรับกลยุทธ์และการปฏิบัติการของบริษัท อินโนบิก (เอเชีย) จำกัด ที่ต้องการเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต(Life Science) และ ผู้นำทางด้านนวัตกรรมรองรับการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน
อินโนบิกจะให้ความสำคัญกับธุรกิจยามากขึ้น โดยในปีนี้ บริษัท โลตัส ฟาร์มาชูติคอล จำกัด ได้เดินหน้ารุกตลาดผลิตภัณฑ์ยาเฉพาะทางในสหรัฐฯ ผ่านการเข้าซื้อหุ้นใน Alvogen US โดยใช้เงินทุนและเงินกู้ของบริษัทเอง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ทำให้ขนาดของกิจการขยับเป็นบริษัทยา Branded Generics Drug 1 ใน 20 อันดับแรกของโลก นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้อินโนบิกเข้าสู่แพลตฟอร์มยาครบวงจร เนื่องจากมีพันธมิตรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงรองรับด้วย ขณะเดียวกันยังนำยาคุณภาพดีจากในประเทศและต่างประเทศมาช่วยเพิ่มคุณภาพในการรักษา
“ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีและสุขภาพ ทำให้เราต้องเร่งพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ด้วยการสร้างนวัตกรรมที่ทันสมัย ยาที่มีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ ทั้งจากในและต่างประเทศ เพื่อทำให้คนไทยเข้าถึงได้ เราเชื่อว่าการอยู่เคียงข้างคนไทย ไม่ได้หมายถึงแค่การเป็นผู้จำหน่ายยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ( Life Science) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนได้อย่างยั่งยืนด้วย” นายบุรณิน กล่าว
ทั้งนี้จะใช้ประสบการณ์และความรู้ ที่มาจากการเข้าลงทุนในบริษัทข้ามชาติและบริษัทระดับโลก อย่างบริษัท โลตัสฯ ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยพัฒนาผลิตและจำหน่ายยาของไต้หวัน ที่มีตลาดครอบคลุมในทุกภูมิภาคของโลก โดยจะนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง
สำหรับเป้าหมายหลักในการดำเนินงาน คือ การรับรู้ในวงกว้าง และมีแผนการดำเนินการในส่วนต่างๆ ดังนี้ 1. ธุรกิจยา ขยายพอร์ตฟอลิโอให้ครอบคลุมโรคสำคัญ เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด, เมทาบอลิก, และ โรคมะเร็ง ต้องการมีผลิตภัณฑ์ยาที่ครอบคลุมในด้านเหล่านี้ และ 2. ธุรกิจโภชนาการเพื่อสุขภาพ ต้องการมีผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากขึ้น มองหาพันธมิตรที่จะมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขาย เพื่อขยายกิจการตลาดโภชนาการ เนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตมาก และผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและป้องกันมากขึ้น โดยมีการขยายในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะขยายในรูปแบบออร์แกนิกและการควบรวมและซื้อกิจการ(M&A) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาส
นาย ณัฐ อธิวิทวัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า การเร่งเครื่องปรับ แบรนด์ครั้งใหญ่ของอินโนบิกนั้น จะเปิดโอกาสให้มีการร่วมทุน หรือ ร่วมพัฒนาธุรกิจกับพันธมิตร เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าด้านสุขภาพ นับจากเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2020 มีทุนจดทะเบียน 13,564 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจยา, กลุ่มธุรกิจโภชนาการเพื่อสุขภาพ, กลุ่มธุรกิจการลงทุน และ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มยาสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต อาทิ โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยต้องการผลักดันให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เราตั้งเป้าเพิ่มการรับรู้แบรนด์ ให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะแบรนด์แข็งแรงขึ้นเท่ากับว่าการขยายตลาดและการเติบโตของธุรกิจในระยะถัดไปก็ทำได้รวดเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
บริษัทมุ่งมั่นที่จะสะท้อนให้องค์กรก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครบวงจร จนถึงการนำสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสร่วมลงทุนเพื่อเร่งการเติบโตตามเป้าหมาย และหนึ่งในจุดแข็งที่สร้างความได้เปรียบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงพันธมิตรระดับนานาชาติ เรานำความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ กลับมาพัฒนาทั้งตลาดไทยและขยายไปยังภูมิภาคอาเซียน สิ่งนี้เอง คือจุดที่ทำให้เราแตกต่างและก้าวได้เร็วกว่า
นิยามคำว่า นวัตกรรมของเรา จึงมีมากกว่าความทันสมัย แต่คือนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ (Accessible) และนำไปสู่ชีวิตที่ดี (Excellent Life) โดยเราทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพาน เชื่อมนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึงชีวิตที่ดีกว่าอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
|