SCB WEALTH มองความขัดแย้งตะวันออกกลางยังอยู่ในกรณีฐาน แนะยึดStay Investedควบกระจายความเสี่ยงมองเป้าหมายระยะยาว
ReadyPlanet.com
dot dot
SCB WEALTH มองความขัดแย้งตะวันออกกลางยังอยู่ในกรณีฐาน แนะยึดStay Investedควบกระจายความเสี่ยงมองเป้าหมายระยะยาว

SCB WEALTH มองความขัดแย้งตะวันออกกลางยังอยู่ในกรณีฐาน

แนะยึดStay Investedควบกระจายความเสี่ยงมองเป้าหมายระยะยาว

 
 

SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ ในหัวข้อ “อ่านเกมโลก อ่านเกมลงทุน” โดยผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญจากทีม SCB CIO เกาะติดสถานการณ์โลก ความขัดแย้ง และการลงทุน ประเมินฉากทัศน์สถานการณ์สงคราม 2 กรณี คือ กรณีฐาน โอกาสเกิด 70% สถานการณ์จบใน 4-6 สัปดาห์ ราคาน้ำมันอยู่ในระดับ 90-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และกรณีเลวร้าย โอกาสเกิด 30% สถานการณ์ยืดเยื้อบานปลาย ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 140 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แนะนำนักลงทุนรอดูสถานการณ์ ตั้งสติไม่ตกใจขายล้างพอร์ต ยึดกลยุทธ์ Stay Invested ควบคู่การกระจายความเสี่ยง  และมองการลงทุนผ่านกองทุนผสม ที่มีผู้จัดการปรับพอร์ตให้  กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ที่ได้รับประโยชน์ จากกระแส AI กลุ่มพลังงานทางเลือก และทองคำ รวมทั้งเพิ่มทางเลือกลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรับผลบวกในช่วงที่ดอลลาร์แข็งค่า

น.ส.เกษรี อายุตตะกะ ผู้อำนวยการ Investment Research SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 SCB CIO ประเมินฉากทัศน์สถานการณ์ออกมาเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน ความน่าจะเป็นที่จะเกิด 70% โดยเรามองว่า สถานการณ์มีความรุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จากการที่สหรัฐฯ อาจประเมินศักยภาพของอิหร่านต่ำเกินไป  อย่างไรก็ตาม คาดว่า สหรัฐฯ จะพยายามยุติสงครามให้ได้โดยเร็ว เนื่องจาก 1) ใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ แล้ว หากปล่อยให้สงครามลุกลามต่อไป อาจทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลได้ 2) ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของภาคธุรกิจและการบริโภคได้ และ 3) หลังจากศาลสูงปฏิเสธการใช้อำนาจประธานาธิบดีปรับขึ้นภาษีนำเข้าประเทศต่างๆ ผ่านกฎหมาย IEEPA ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องพยายามใช้ช่องทางการเจรจากับประเทศต่างๆ ต่อรองด้านภาษี ซึ่งหากยังมีสงครามอยู่ อาจบั่นทอนอำนาจการต่อรองได้ ซึ่งในกรณีฐานนี้ SCB CIO ประเมินกรอบราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 90-120 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ภายใต้เงื่อนไขว่า อิหร่านมีการเจรจากับพันธมิตร ผ่อนปรนให้เรือบางประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ รวมถึงสถานการณ์ไม่ลุกลามถึงขั้นมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมทั้ง เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญของอิหร่าน โดยที่คาดว่า จีนอาจใช้การทูต เข้ามาช่วยกดดันให้สหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่การเจรจา เพื่อปกป้องความมั่นคงทางพลังงานของจีน ขณะที่สถานการณ์สงคราม คาดว่าจะยุติได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ และ กรณีเลวร้าย ความน่าจะเป็นที่จะเกิด 30% คือ มีการทำลายการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง ทำลายเกาะคาร์ก ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปสูงกว่า 140 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ได้   

“สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตา ได้แก่ 1) ราคาน้ำมันดิบ และราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดของอุปทานโดยตรง โดยหากราคาน้ำมันดิบเบรนท์มากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น และอุปสงค์หดตัว 2) ค่าระวางเรือ และต้นทุนการขนส่ง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้เรือขนส่งจะต้องเปลี่ยนเส้นทาง และเพิ่มระยะเวลาเดินเรือ ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน และ 3) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และ bond yield โดยหากคาดการณ์เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ตลาดจะเริ่มกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเลื่อนแผนการปรับลดดอกเบี้ยออกไป หรืออาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในกรณีเลวร้าย ทำให้ Bond Yield เพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนการกู้ยิมภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ Sentiment การลงทุน” น.ส.เกษรี กล่าว

ในส่วนของประเทศไทย เรามองว่า สงครามตะวันออกกลางนี้ ไม่น่าจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้นระยะยาว ราคาที่เพิ่มเป็นเพียงภาวะแรงกระแทกชั่วคราว และรัฐบาลก็มีการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาตรึงราคาน้ำมันดีเซลและอุดหนุนราคาพลังงาน จึงน่าจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อได้ ในส่วนของประเด็นปริมาณน้ำมันสำรอง สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประกาศนำน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล เพิ่มเข้าสู่ระบบ ก็น่าจะช่วยบรรเทาความต้องการน้ำมันได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุก 10% จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยสูงขึ้นราว 0.6% ดังนั้น การปรับขึ้นของราคาน้ำมัน อาจส่งผลให้เงินเฟ้อไทยทยอยปรับสูงขึ้นสู่ระดับราว 1.5–2.5% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย จากเดิมที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาก ในส่วนของการดำเนินนโยบายการเงิน คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประเมินผลกระทบของเงินเฟ้อก่อน โดยอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 1% สู่ 0.75% ได้ในปีนี้

สำหรับทิศทางการลงทุนนั้น เรามองว่า นักลงทุนมักมีภาวะลดความเสี่ยงในการลงทุนลง (risk off) ทันทีที่สถานการณ์เกิดขึ้น เห็นได้จาก ตลาดหุ้นที่ปรับลดลงค่อนข้างแรง ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ในอดีต เมื่อผ่านไป 2-4 สัปดาห์ ความตื่นตระหนกจะลดลงบ้าง แม้ความขัดแย้งจะยังคงอยู่ โดยนักลงทุนจะพยายามประเมินสถานการณ์ ซึมซับข่าวร้าย ตลาดหุ้นจะปรับลดลงไปถึงจุดต่ำสุดและกลับมาได้ จากนั้นใน 3-6 เดือนถัดไป เมื่อสงครามไม่ได้ส่งกระทบต่อเศรษฐกิจจริง ตลาดหุ้นมักจะฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้ ดังนั้น นักลงทุนควรมองข้ามความตื่นตระหนกระยะสั้น ไม่ควรขายสินทรัพย์ล้างพอร์ตจากความผันผวนที่เกิดขึ้นโดยทันที แต่ควรใช้โอกาสนี้ บริหารความเสี่ยงเชิงรุก ประเมินความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงที่แท้จริงของตนเอง โดยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน รวมทั้งยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay invested) โดยมองที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวเป็นหลัก

ในส่วนของนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงนัก ควรลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศระยะสั้นถึงกลาง หลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาว หากรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง ก็อาจลงทุนผ่านกองทุนผสม ส่วนการลงทุนกองทุนรวมตามธีมที่น่าสนใจ เราก็ยังคงมอง กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ที่ได้รับประโยชน์ จากกระแส AI และกลุ่มพลังงานทางเลือก เป็นกลุ่มที่น่าสนใจอยู่ ขณะที่ การลงทุนกองทุนรวมทองคำ สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ได้ดี จึงแนะนำให้ลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ แต่ไม่ควรไล่ราคาเพื่อเก็งกำไร    

นายชาตรี โรจนอาภา, CFA, FRM, หัวหน้าทีม Investment Consultant, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เราเริ่มเห็นสัญญาณการประนีประนอมมากขึ้นจากฝั่งของอิหร่าน ที่เริ่มมีแนวคิดเปิดให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากเป็นไปตามบางเงื่อนไข เช่น เรือที่ซื้อน้ำมันด้วยสกุลเงินหยวน เรือที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศจากหลายประเทศ พยายามติดต่อเจรจาเพื่อให้เรือผ่านไปได้เป็นรายกรณี ดังนั้นจึงมองความน่าจะเป็นของสถานการณ์ยังอยู่ในกรณีฐานที่ SCB CIO ประเมิน

ทั้งนี้ แม้การถือเงินสด ในช่วงที่มีความไม่แน่นอน อาจช่วยให้นักลงทุนสบายใจได้ แต่การขายสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้น ในช่วงที่ตกใจที่สุด อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะหากย้อนดูสถิติในอดีต เช่น สถานการณ์ในปี 2568 ที่เกิดสงครามการค้าช่วงเดือน เม.ย. และสงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ในเดือน มิ.ย. ที่ทำให้นักลงทุนตกใจ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เวลาผ่านไป 1-2 เดือน สินทรัพย์เสี่ยงก็ปรับตัวขึ้นมาและทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ดังนั้นนักลงทุนอาจต้องควบคุมจิตใจให้เข้มแข็ง ยึดมั่นในเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง แล้ว Stay Invested ควบคู่กับการ กระจายความเสี่ยงลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ (Diversified)  

“เรามักนึกถึงการ diversified เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคต่อการลงทุนแล้ว แต่สิ่งที่ควรทำคือ ควร diversified หรือกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกที่เริ่มต้นลงทุน ส่วนแนวทางการลงทุนรับมือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มี 2 แนวทาง คือ แนวทางแรก ให้มองที่เป้าหมายระยะยาว ลงทุนตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับตนเอง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เปลี่ยน ก็ปรับสัดส่วนการลงทุนให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับตนเองเช่นเดิม ซึ่งแนวทางนี้ เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ หรือไม่ได้มี Passion ในด้านการลงทุน ส่วนแนวทางที่ 2 สำหรับนักลงทุนเชิงรุกที่ติดตามสถานการณ์ ลงทุนโดยประเมินสถานการณ์การลงทุนตลอดเวลา ซึ่งหากคาดการณ์อนาคตสงครามจะคลี่คลายเช่นเดียวกับกรณีฐานของ SCB ในช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงปรับฐานก็เป็นโอกาสสะสมเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากไม่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์แนวโน้มอนาคตเอง อาจปรึกษาที่ปรึกษาการลงทุนเพื่อมองหาโอกาสการลงทุน หรืออาจเลือกลงทุนผ่านกองทุนผสม ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ภายใต้ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรในการช่วยตัดสินใจที่มี” นายชาตรี กล่าว

สำหรับคำแนะนำในการลงทุนนั้น เรามองว่า นักลงทุนอาจเลือกใช้วิธีการทยอยลงทุนด้วยจำนวนเท่ากันทุกงวด (Dollar cost average : DCA) ได้ ในกรณีที่มีเป้าหมายการลงทุนชัดเจน และให้ความสำคัญเรื่องวินัยการลงทุน มากกว่าการใช้อารมณ์ตัดสินใจในระยะสั้น ส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน อาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และความสามารถยอมรับความเสี่ยง โดยที่การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ในปัจจุบันมีต้นทุนประมาณ 2.5% ต่อปี ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาต้นทุนนี้ประกอบการตัดสินใจป้องกันความเสี่ยงหรือไม่ด้วย ทั้งนี้ นักลงทุนอาจเลือกการกระจายความเสี่ยงนำเงินลงทุนระยะยาวส่วนหนึ่งไปลงทุนด้วยสกุลเงินตราต่างประเทศโดยตรง เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ เพื่อรับโอกาสการลงทุนที่มีมากกว่า ทางเลือกลงทุนหลากหลายสินทรัพย์มากกว่า    

                นอกจากนี้ ในกรณีที่รับความเสี่ยงได้สูง และเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ อาจเลือกใช้ตราสารอนุพันธ์ (Structure Note) เป็นทางเลือกการลงทุนเพิ่มเติม ที่มีโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ต้องทำความเข้าใจว่าการลงทุนลักษณะนี้ มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งก็ทำให้มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นเดียวกับโอกาสการทำกำไร ซึ่งผู้ลงทุนอาจปรึกษาผู้นำการลงทุนเพื่อเลือกลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนเอง

น.ส.นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ ผู้อำนวยการ Wealth and Investment Advisory SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยปกติแล้วก็จะมีกำหนด กรอบการบริหารความเสี่ยง (Playbook) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รองรับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในกรณีนี้ SCB CIO ก็จะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน และสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน พร้อมทั้งวิเคราะห์ฉากทัศน์ และจัดทำคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ครอบคลุมทั้งกรณีฐานและต้องเผื่อไว้รองรับสำหรับกรณีเลวร้ายด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ลูกค้ามี Resilient Portfolio ในส่วนของคำแนะนำสำหรับนักลงทุนนั้น เรามองว่า สิ่งสำคัญคือการ Stay Invested เพราะเราเชื่อว่าหากสถานการณ์คลี่คลายและไม่เกิดภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ตามลำดับ โดยให้เน้นเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และอยู่ในธีม Mega forces เป็นหลัก ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวได้รวดเร็วเมื่อภาวะตลาดกลับมาเป็นปกติ

ในส่วนของการลงทุนตราสารหนี้ แนะนำให้นักลงทุนประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมัน หากมองว่าเป็นไปตามกรณีฐานตามมุมมองของ SCB CIO แม้ในระยะสั้นที่ตลาดตกใจใน Energy shock เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น ทำให้ Bond yield เพิ่ม กระทบกับตราสารหนี้ได้ในระยะสั้น แต่สุดท้ายเมื่อเงินเฟ้อปรับตัวลดลง ตราสารหนี้ยังมีความน่าสนใจลงทุน โดยมองว่า สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศได้ โดยอาจเน้นที่ตราสารหนี้ต่างประเทศมากกว่า เนื่องจากยังมีช่องว่างสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าไทย ขณะที่การเลือกลงทุนอาจเน้นไปที่ Duration สั้น-กลางเป็นหลัก เน้นที่มีอันดับเครดิตดี หลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาวเนื่องจากมีความเสี่ยงที่ส่วนต่างเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการถือตราสารหนี้ระยะยาว (term premium) อยู่ในระดับสูง จากการที่ หนี้สาธารณะของประเทศส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง  

ส่วนการเลือกลงทุนในตลาดหุ้น เรามองว่า แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนการลงทุน เพราะความผันผวนในตลาดยังสูง โดยอาศัยจังหวะนี้ในการทำการบ้าน เตรียมความพร้อมคัดเลือกตลาดหุ้น กลุ่มอุตสาหกรรม หรือธีมที่มีพื้นฐานดี มีปัจจัยหนุนรอก่อน เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมในกลุ่มเหล่านี้ โดยเรายังมองตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นเอเชีย น่าสนใจ เนื่องจากได้อานิสงส์ธีม AI โดยเรายังมองว่าธีมลงทุน Mega Force ก็ยังน่าสนใจเช่นเดิม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI จากการที่งบลงทุนด้าน AI สูงเป็นประวัติการณ์ โดยภาพแนวโน้มนี้ไม่เปลี่ยน ซึ่งกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์คือ กลุ่มเทคโนโลยีต้นน้ำ อย่าง เซมิคอนดักเตอร์ หน่วยความจำ และ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น เพียงแต่ในช่วงสั้นกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากการตกใจเทขายบ้าง แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

นักลงทุนอาจใช้โอกาสนี้ทบทวนพอร์ตลงทุน โดยประเมินว่ามีการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ใดมากเกินไปหรือไม่ แล้วอาศัยจังหวะนี้ปรับพอร์ตลงทุนให้มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนผสมก็เป็นสินทรัพย์ที่ทาง SCBCIO แนะนำให้ลงทุนได้เลยและคิดว่าเหมาะสมกับนักลงทุนในสถานการณ์นี้ เนื่องจากกองทุนผสมมีการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น ตลาดสารทุน ตราสารหนี้ ทองคำ เป็นต้น มีความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต โดยมีผู้จัดการกองทุนที่ใกล้ชิดตลาดและมีข้อมูลที่มากกว่าเป็นผู้บริหารและสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนต่างๆได้ตามสภาวะตลาดและสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นักลงทุนอาจเลือกกระจายพอร์ตการลงทุนไปในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกเหนือจากลงทุนสกุลเงินบาท เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ตลาด Risk off” น.ส.นิสารัตน์ กล่าว

หมายเหตุ : เอกสารนี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ 17 มี.ค. 2569

คำเตือน

·        การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน

·        เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

·        ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

·        การลงทุนหรือใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน

·        การลงทุนในผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน

·        กองทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

·        เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์หุ้นกู้อนุพันธ์แฝงเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกและผู้ถือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Final Terms) ที่เกี่ยวข้อง

·        หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเป็นตราสารที่มีความซับซ้อนมากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป เนื่องจากเป็นตราสารที่ประกอบด้วยตราสารหนี้และอนุพันธ์แฝง (embedded derivatives) โดยการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงของปัจจัยอ้างอิง ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร เป็นต้น

·        ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่จะสูญเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน หากหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงชุดใดไม่ได้มีการคุ้มครองเงินต้นในจำนวนร้อยละ 100 ของมูลค่าที่ตราไว้ นอกจากนั้น หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงยังเป็นตราสารที่มีสภาพคล่องต่ำและมีตลาดรองที่มีขอบเขตจำกัด ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

·        นอกจากนี้ ผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงอาจจะเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงหลายชุด ซึ่งหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงแต่ละชุดจะมีอายุแตกต่างกัน และมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน ซึ่งโดยทั่วไปหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่มีอายุมากกว่าจะมีความเสี่ยงสูงกว่า

·        ทั้งนี้ การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงนี้เป็นธุรกรรมที่ไม่ใช่ "เงินฝาก" และธุรกรรมการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด

·        ผู้ออกหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงและผู้ถือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องไม่เสนอขาย / โอนหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงไม่ว่าทอดใด ให้แก่บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่

·        เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและเงินต้นอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงที่อาจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ อาจเปลี่ยนแปลงได้จากอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไปตลอดระยะเวลาที่ถือครองหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง  และผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่จะสูญเงินลงทุนหากไม่มีการคุ้มครองเงินต้น

·        การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน 

·        การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะตราสารหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานย้อนหลังของปัจจัยอ้างอิงก่อนตัดสินใจลงทุน

·        หากผู้ลงทุนสนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนได้ในวันและเวลาทำการของธนาคาร

·        ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) 

 
 
 
 

 




หุ้น/การเงิน/ธนาคาร

ธ.ก.ส. จับมือกรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับภาคการเกษตรไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล article
2C2P เผยรายงานเจาะลึกอีคอมเมิร์ซอาเซียนขยายตัวก้าวกระโดด สะท้อนเอสเอ็มอีไทยตื่นตัว รับเทรนด์ชำระเงินดิจิทัล article
กสิกรไทย จัดกิจกรรม “ฟิตทุกพุธ พิชิตหุ่นปัง สังคมสุขภาพดี” เชิญชวนพนักงานและประชาชนร่วมออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน article
PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY
OSP โชว์ฟอร์มแกร่ง Q1/69 ชูความสำเร็จ ‘Operational Excellence’ พร้อมเร่งกลยุทธ์ Supply Resilience ดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 42.5% และกำไรปกติพุ่ง 1,157 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
กสิกรไทยลงนามสนับสนุนสินเชื่อมูลค่า 3 พันล้านบาทแก่ PTT Tank หนุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและขับเคลื่อนกลยุทธ์ Asset Monetization ของกลุ่ม ปตท.
SAK โชว์การเติบโตเชิงคุณภาพ Q1/2569 กำไรสุทธิ 229 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อแตะ 14,265 ล้านบาท ทรงตัว ชูกลยุทธ์เติบโตเชิงคุณภาพ มุ่งคัดกรองสินเชื่อ พร้อมปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรรับฤดูกาลเพาะปลูก
BAM รักษาฟอร์มแกร่งโชว์ผลกำไรไตรมาส 1 ปี 69 กว่า 217 ล้านบาท เร่งสร้างรายได้เพื่อขับเคลื่อนกำไรสู่เป้าหมาย 2,000 ล้านบาท
KGI DW13 ครบ 17 ปี ครองมาร์เก็ตแชร์ 70% ยืนหนึ่งเครื่องมือเทรดตลาดผันผวน
Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกฟื้น รับความหวังยุติสงคราม ชูจังหวะสะสมหุ้น AI-พลังงานสะอาด
ATLAS ติดเทอร์โบ! Q1/69 กำไรสุทธิพุ่ง 35% พร้อม EBITDA Margin สูงถึง 7.9% เดินหน้าขยายธุรกิจ LPG ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจสื่อโฆษณา เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างแข็งแกร่ง พร้อมลุยต่อ ดันเป้ายอดขายปี 2569 เติบโต 8-12%
ออมสิน ชวนเปิดบัญชี “ออมสิน ออมรัก” เงินฝากบัญชีแรกของเด็กน้อย อายุไม่เกิน 10 ปี รับสิทธิประโยชน์เพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุ สูงสุด 2 แสนบาท หนุนให้คนไทยเริ่มออมตั้งแต่แรกเกิด
BAFS เผยกำไรไตรมาส 1/69 แตะ 152 ล้านบาท โต 6 % เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจ รุกคุมต้นทุน-บริหารความเสี่ยง พร้อมรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก เสริมแกร่งระยะยาว
“AIT” เปิดผลงานไตรมาส 1/2569 โชว์รายได้ 1,766 ลบ. กำไรโต 144 ลบ. พร้อมกางแผนบริหารความเสี่ยงรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
เซ็นทรัล รีเทล ปิดดีลหุ้นกู้ 6,000 ล้านบาท “ฮอตเกินเป้า” กวาดดีมานด์จากนักลงทุน กว่า 18,000 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็ม และฐานะการเงินที่มั่นคงระดับ AA-
‘พรินซิเพิล’ แนะโอกาสลงทุนหุ้นญี่ปุ่นคุณภาพ รับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสู่ยุคใหม่ และสิ้นสุดภาวะเงินฝืด Sanaenomics ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านกองทุน ‘พรินซิเพิล เจแปนนิส อิควิตี้’ กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ย 25.1% ต่อปี
SCB Julius Baer คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมด้าน Wealth Management ตอกย้ำบทบาทผู้นำ International Wealth Management ของเมืองไทย
SAM เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเอง บน LINE OA ช่วยคนเป็นหนี้ต่ำแสน “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” แค่แอดไลน์ก็ปิดหนี้เองได้ครบจบทุกขั้นตอน พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทันที
KUN มาตามนัด ชำระคืนหุ้นกู้ KUN265A มูลค่า 200 ล้านบาท โชว์ศักยภาพการเงินแกร่ง เปิดเกมกลยุทธ์ปี 69 รุกเทรนด์ Longevity
TRT แจกปันผล 61.6 ล้านบาท หุ้นละ 0.20 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง
ออมสิน เปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 อัพสปีดแฟรนไชส์ไทย ปั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่บุกตลาดอย่างมั่นใจ
GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1%
ธนาคารไทยเครดิต ผนึกกำลังภาครัฐ-กูรูดัง จัดงาน “ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569” ชูแนวคิด “กินดี มีเครดิต” จัดเต็มความรู้การเงินคู่แรงบันดาลใจ พร้อมความบันเทิงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 9-10 พฤษภาคมนี้ ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
BAM จับมือ BKK ขยายฐานกลุ่มลูกค้าข้าราชการและบุคลากร กทม. ซื้อบ้านในงาน “BKK Housing Expo” ระหว่างวันที่ 8 - 9 พ.ค. 69
SST ปลื้ม นักลงทุนแห่จองหุ้นกู้ชุดใหม่ล้นเกินเป้า สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจคลังสินค้าและอาหาร
TMAN เคาะจ่ายปันผลปี 68 อัตรา 0.56 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำหุ้น Growth & Dividend เตรียมขึ้น XD 8 พ.ค.69
ธอส. ปลดล็อกค่าไฟแพง จัดแคมเปญสินเชื่อบ้านหลังคา Solar Rooftop ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 26
BAM ยกพอร์ตทรัพย์กว่า 21,000 รายการ บุกงาน MONEY EXPO 2026 ชูโปรแรง ลดสูงสุด 30% พร้อมช่วยคนไทยมีบ้าน ผ่อนเริ่มต้น 500 บาท/เดือน
ยูโอบีเผยร้อยละ 70 ธุรกิจครอบครัวไทยไร้แผนสืบทอด เปิดตัวโปรแกรมวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่น ร่วมพรูเด็นเชียล ประเทศไทย-แฟมซ์
SAM ชูโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ร่วมงาน Money Expo Bangkok 2026 ยกโซลูชันแก้หนี้ครบวงจร ให้คนไทยเริ่มต้นใหม่ทางการเงินอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสลงทุนผ่านทรัพย์ NPA และมาตรการช่วยลูกหนี้ NPL
BridgeWise จับมือ X ยกระดับการวิเคราะห์ Social Sentiment มาตรฐานสถาบัน ครอบคลุมตลาดลงทุนทั่วโลก
Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ “Buy on Dip” คัดสินทรัพย์แกร่ง รับตลาดผันผวน-หุ้นโลกนิวไฮ
ออมสิน ดูแลลูกหนี้ผ่อนดี ประกาศลดดอกเบี้ยให้ 0.5% ถึงสิ้นปี สนับสนุนผู้มีวินัยการเงิน นำร่องลูกค้าสินเชื่อเคหะ ยืนยันรับสิทธิ์ได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งทาง MyMo ไม่ต้องยื่นเอกสาร
*ไทยยูเนี่ยน จุดพลุไตรมาสแรกปี 69 ฟอร์มสวยโกยยอดขาย 3.2 หมื่นลบ.* *กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 29% ส่งกำไรสุทธิแตะ 1,113 ล้านบาท*
ก.ล.ต. จับมือ LINE ร่วมสร้างสรรค์และเผยแพร่เนื้อหาเสริมภูมิคุ้มกันผู้ลงทุนผ่าน LINE TODAY
กรุงไทยครบ 60 ปี ยกทัพการเงิน-การลงทุน ร่วมงาน “Money Expo 2026 Bangkok” 7-10 พ.ค.นี้
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโปรโตคอลมือถือเอเจนติกแบบโอเพนซอร์ส ขับเคลื่อนการค้า AI
XSpring Digital จับมือ AssetWise ปิดดีลเสนอขาย “Aquarous Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนอควารัสผลตอบแทน 7% ต่อปี มี Luxury Condominium หนุนหลัง
กลุ่มอัลฟา แคปปิตอล เผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ยอดเรียกเก็บปี 2568 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย สะท้อนความสามารถในการเรียกเก็บทั้ง NPL & NPA
GCAP ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ไฟเขียวผ่านฉลุยทุกวาระ เตรียมเดินหน้าแผน “GCAP Double Jump” พร้อมเร่งเครื่อง Non-Lending Business เสริมแกร่งการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนระยะยาว
BRI พร้อมขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 2 ชุด ครั้งที่ 1/2569 หลัง ก.ล.ต. ไฟเขียว มูลค่า 1,300 ล้านบาท ชูดอกเบี้ยสูงสุด 6.05% เสนอขาย 5 - 7 พ.ค. 2569 นี้
INNOPOWER เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปิดปี 68 กำไรทะยาน 7.5 เท่า พร้อมนำทัพธุรกิจไทยสู่ยุคความยั่งยืน
วีซ่า เปิดตัว ‘Agentic Ready’ ในไทยและเอเชียแปซิฟิก มุ่งสู่อนาคตยุค Agentic Commerce
AGE เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ ชูดอกเบี้ย 6.75–7.00% ต่อปี คาดเปิดจอง 12–14 พ.ค. 2569 นี้
สมหวัง เงินสั่งได้ สานต่อภารกิจปี 3 ผนึกไทยฮอนด้า วิริยะประกันภัย ผลักดันพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัยสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
บสย. จัดประชุม Town Hall ครั้งที่ 1/2569 ปลุกพลังพนักงาน ย้ำภารกิจ SMEs Financial Gateway ยกระดับช่วย SMEs ทุกมิติ
ทีทีบี ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ปี (ปี 2568 - 2571) พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 เพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น เน้นย้ำการบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู
ESTAR ผู้ถือหุ้น “อนุมัติ” จ่ายปันผล 0.02 บาท รับเงิน 26 พ.ค.นี้ กำไรโต 262% เดินเกมปี 69 เน้นกระแสเงินสด - คุมความเสี่ยง
PSH เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 2-3 ปี ชูเรทสูงสุด 3.75% ต่อปี โชว์ศักยภาพการเงินแกร่ง หนี้ต่ำ พร้อมเปิดจองซื้อแก่ประชาชนทั่วไป 8 และ 11–12 พ.ค. นี้
ภาระหนี้ประชาชนยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม ภายใต้แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายและรายได้
กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด โดยมองเงินเฟ้อสูงขึ้นชั่วคราว รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เคทีซี ขยายการเข้าถึงสินเชื่อรถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม ผ่านเครือข่ายทิพยประกันภัย ทั่วประเทศ ดึงคนมีรถเข้าสู่สินเชื่อในระบบ ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในปีนี้
ออมสิน จับมือ กองทัพภาคที่ 2 ส่งต่อกำลังใจทหารชายแดน หนุนเศรษฐกิจชุมชน–ท่องเที่ยวเมืองรอง 4 จังหวัดอีสานใต้
BAM ตอกย้ำหุ้นปันผลโตระยะยาว ใจถึงเคาะจ่าย 0.50 บาท/หุ้น ชูนโยบายใหม่แจกปันผลปีละ 2 ครั้ง สะท้อนกระแสเงินสดแกร่ง
CardX จับมือ Gourmet Eats เปิดตัวแคมเปญ มื้อนี้ ‘อิ่มจัดหนัก ที่ Gourmet Eats’ เสิร์ฟความอร่อยร้านดัง พร้อมรับสิทธิพิเศษจัดเต็ม
“สหพัฒนพิบูล” จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 (ครั้งที่ 75) อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 2.40 บาท
ตลาดความงามไทยทะยานสู่ 1.9 แสนล้าน ยูโอบี จับมือ GoWabi เปิดเวทีสัมมนาพร้อม โซลูชันการเงินและดิจิทัล หนุนคลินิกความงาม
ธนาคารไทยเครดิต รุกตลาดกองทุนรวมเต็มตัว ยกระดับประสบการณ์การลงทุน ซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอป “Streaming Fund+” สะดวก ทุกที่ทุกเวลา
อินโดรามา เวนเจอร์ส ชูความยืนหยัดของโมเดลธุรกิจ และ “ปราการการแข่งขัน” ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569
ASW ตอกย้ำหุ้นพื้นฐานแกร่ง ขึ้น XD 30 เม.ย. เคาะจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ยีลด์สูง 7% หลังกวาดยอดขาย Q1/69 ทะลุ 6,864 ล้าน รับอานิสงส์อสังหาฯไทยสู่ Safe Haven โลก
ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับ “เงินฝากช้อนทอง” รับดอกเบี้ยล่วงหน้าทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี
EXIM BANK คว้ารางวัล “องค์กร CSR แห่งปี” สาขาการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนดีเด่น
PROUD ผู้ถือหุ้นไฟเขียวปันผล 0.09 บาท ยีลด์สูง 9%
KKP ชี้ ‘ท่องเที่ยวสีเขียว’ คือกุญแจรอดธุรกิจโรงแรม อัดฉีดสินเชื่อ 2 พันล้านบาท หนุนการเปลี่ยนผ่านครบวงจร การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลนวัตกรรมจาก ธปท.
กรุงไทยยกระดับบริการหนังสือค้ำประกันและตั๋วสัญญาใช้เงิน บน Krungthai BUSINESS ง่าย ครบ จบในที่เดียว
"Krungsri Finnovate" ครบรอบ 9 ปี ประกาศทิศทางปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Catalyzing Startup Growth for Thailand’s Future" เดินหน้าขยายการลงทุนผ่าน Finno Efra พร้อมเร่ง Synergy กับธุรกิจกรุงศรี
ผู้ถือหุ้น ITEL ไฟเขียวทิศทางปี 2569 เร่งขยายโครงข่ายสู่ต่างประเทศ สร้างการเติบโตระยะยาว
บัตรเครดิต ttb จับมือ Visa ปล่อยแคมเปญ FIFA World Cup 2026™ รูด ลุ้น รถ ชวนลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรลุ้นรถ และรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
UAC อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.20 บาท พร้อมเดินหน้าลงทุน ขยายพลังงาน-ต่อยอด New S-Curve ตั้งเป้ารายได้โต 15% เร่งขยายธุรกิจพลังงานทดแทน–ปิโตรเลียม ควบคู่ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเสริมการเติบโตและความสามารถทำกำไรในระยะยาว
บัตรเครดิตกสิกรไทย เปิดคอนเซปต์ใหม่ “MOREMENT ไหน ก็ไปได้อีก*” ยกระดับทุกการใช้จ่ายสู่ “ประสบการณ์ที่มากกว่า” ให้ชีวิตไปได้สุดในทุกโมเมนต์
“ออมสิน” คว้ารางวัลด้านไซเบอร์ Best Performance Awards 3 ปีซ้อน
BAM จ่อปิดดีลใหญ่ 2 ธนาคารชั้นนำ พร้อมคอนเซ็ปต์ “The Power of Alliance” ส่งต่อลูกหนี้แบบไร้รอยต่อ โชว์ฟอร์มผลงานแข็งแกร่ง เคาะจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น
ยูโอบี ประเทศไทย เปิดรับสมัคร Money Coach Junior ปี 2569 หลังเยาวชนร่วมขับเคลื่อนการเรียนรู้ทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในปีเดียว
บอร์ด ILM เคาะจ่ายปันผลปี 68 เพิ่มอีกในอัตรา 0.75 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำหุ้น High Dividend เตรียมขึ้น XD 11 พ.ค. 69
ธนาคารไทยเครดิตประกาศกำไรสุทธิ ที่ 1,165 ลบ. ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เติบโตแกร่ง 29% จากปีก่อน พร้อมโชว์ ROE สูงถึง 17.3% ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตโดดเด่นสวนสภาวะเศรษฐกิจ
“กรุงไทย” เติบโตอย่างยั่งยืน กำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/2569 จำนวน 12,437 ล้านบาท ดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ เดินหน้าช่วยลูกค้าต่อเนื่อง รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว
เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท
ทรู ประกาศดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 4 - 10 ปี ที่ 2.50 – 3.25% ต่อปี ชูทางเลือกที่มั่นคง เสริมแกร่งพอร์ตลงทุนรับมือตลาดการเงินผันผวน *อัตราดอกเบี้ยคงที่ จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ * คาดเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ
กรุงศรี ออโต้ เปิดพฤติกรรมคนซื้อรถยุคใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2569 จากคลิปสั้นสู่ EV ในฝันที่ไม่เกินงบ
ออมสิน หนุนรัฐช่วยคนไทยรับมือวิกฤตพลังงาน เปิดให้กู้ติดโซลาร์เซลล์ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี ด้านสินเชื่อ EV ให้กู้ผ่าน Non-Bank วงเงินรวม 5,000 ลบ. ภายใต้โครงการ GSB Soft Loan
ออมสิน รับมติ ครม. ปล่อยสินเชื่อ Soft Loan 1 แสนล้าน ดันเม็ดเงินเสริมสภาพคล่องหมุนเศรษฐกิจ รายย่อยและผู้ประกอบการ ขอกู้ได้ทุกสถาบันการเงินในโครงการทั้ง 16 แห่ง ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปี
BC เดินหน้าวางเป้าต้นแบบโรงแรมยั่งยืน (Green Hotel) ระดับลักชัวรี่ โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสีเขียวจากไทยพาณิชย์
PROMISE รุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดแคมเปญใหญ่ "เงินไม่พอ บอกพรอมิส" สมัครง่ายผ่านแอปฯ
“POINTX” ต่อยอดการใช้งานฟีเจอร์ “Bill Payment” บนแอป SCB EASY ขยายการใช้พอยท์สู่การชำระบิลในชีวิตประจำวันสะดวก ครบ จบในแอปเดียว
ATP30 กดคันเร่ง JUMP+ 3 ปี ดันรายได้–กำไรโต ตอกย้ำผู้นำ Green Mobility
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศการทบทวน “นิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ
BAM จัดโปรแรง “คอนโดลดหนักกลางปี” ลดสูงสุด 30% โอนเร็วภายใน 30 วัน พร้อมสิทธิพิเศษจัดเต็ม
บอร์ด UNIX จัดหนัก! อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.114 บ./หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย.69 รับทรัพย์ 15 พ.ค.นี้ มั่นใจปี 69 โตก้าวกระโดด รับแผนขยายกำลังผลิตรองรับออเดอร์เต็มพิกัด
INSET เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ยกระดับการดำเนินงาน-เพิ่มประสิทธิภาพทำกำไร ตั้งเป้า EBIT ปี 71 แตะ468 - 552 ลบ. ก้าวสู่ Data Center แนวหน้า
RECAP MOTOR SHOW 2026: จับสัญญาณยอดจอง และนัยต่อเศรษฐกิจไทย
กลุ่มทิสโก้ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5%
เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
BAM โชว์ศักยภาพองค์กร คว้า 19 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจในรอบ 1 ปี ตอกย้ำความสำเร็จด้านผลการดำเนินงาน ความยั่งยืน และธรรมาภิบาล
ผู้ถือหุ้น TASCO อนุมัติทุกวาระ เคาะปันผลรวม 1.00 บาทต่อหุ้น เดินหน้าขยายธุรกิจ เสริมการเติบโตในเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม
กรุงไทยจับมือ ม.บูรพา พัฒนาคนรุ่นใหม่ ยกระดับการศึกษาไทยสู่โลกการทำงานจริง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนนิติบุคคล อย่าลืม! นำส่งงบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 ทางออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Filing ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569
‘SET IndeX’ แจงตลท.ไทยปรับตัวดีกว่าเอเชีย ต้นเหตุขานรับรัฐบาลใหม่สวนทางภาวะสงคราม
ออมสินอัดฉีดสินเชื่อ 1,500 ล้าน หนุน “อัลเตอร์วิม” ติดตั้งระบบไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ให้กลุ่มซีพี มุ่งเป้า Net Zero 2050
ผถห. TPLAS โหวตจ่ายปันผล 0.04 บ./หุ้น รับทรัพย์ 8 พ.ค.นี้ ชูธงปี 69 ลุยพัฒนาสินค้า - เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย รุกขยายฐานลูกค้า ดันผลงานโตต่อเนื่อง





ช่องยูทูป INTV Thai


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3