|
นาย Michael Swift รองประธานกลุ่มงานขายระหว่างประเทศของ Gulfstream Aerospace ผู้ผลิตเครื่องบินธุรกิจหรูระดับโลกจากสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเติบโตของตลาดเอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับบริษัท ปัจจุบันภูมิภาคนี้มีเครื่องบินของ Gulfstream มากกว่า 330 ลำ และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตลาดในภูมิภาคนี้เติบโตเกือบ 20% และกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทนอกสหรัฐฯ ยุโรป ซึ่งคาดว่าตลาดจะเติบโตอีกอย่างก้าวกระโดด ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงการขยายตัวของกลุ่มผู้มีทรัพย์สินสูงและองค์กรธุรกิจที่ต้องการรูปแบบการเดินทางที่รวดเร็วและยืดหยุ่นมากกว่าการบินพาณิชย์ มากไปกว่านั้นยังพบว่า ภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนผู้ซื้อเครื่องบินส่วนตัวเป็นครั้งแรก (First-time buyers) สูงที่สุดในโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเติบโตอย่างรวดเร็ว
ด้าน William E. Heinecke ผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของร่วมของ MJets ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคลชั้นนำระดับภูมิภาคที่บุกเบิก Private Aviation ไทยมานานกว่า 20 ปี ฉายภาพรวมการเติบโตของตลาดว่า ปัจจุบัน Private Aviation ไม่ได้เป็นเพียงความหรูหรา แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจที่ช่วยให้ผู้นำองค์กรสามารถบริหารเวลา เชื่อมต่อเครือข่ายธุรกิจ และรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การแข่งขันด้านเวลาในการทำธุรกิจระดับโลก ทำให้เครื่องบินส่วนตัวกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้บริหารระดับสูง หลายบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงมักเป็นบริษัทที่ใช้เครื่องบินส่วนตัวในการเดินทาง เนื่องจากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก เช่น การประชุมหลายประเทศภายในวันเดียว ทำให้นักธุรกิจสามารถเริ่มต้นวันด้วยการประชุมในกรุงเทพฯ บินไปทำธุรกิจในต่างประเทศ และกลับบ้านได้ภายในวันเดียว หรือการเข้าถึงเมืองที่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์รองรับ เครื่องบินรุ่นใหม่ยังสามารถขึ้นลงในรันเวย์ขนาดสั้นได้ ทำให้การเดินทางมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ทั้งนี้องค์กรในเอเชียและไทยขยายตัวไปในระดับสากลมากขึ้น ตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัท Minor ของตนเองที่ดำเนินธุรกิจใน 60 ประเทศ ซึ่งหลายเมืองไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์บินตรงรองรับ จึงต้องพึ่งพาเครื่องบิน Private Jet เพื่อเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้น รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร และผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ชิป) ที่ต้องการการเชื่อมต่อกับตลาดโลกอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
อีกปัจจัยหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยเฉพาะในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขระดับสากล เช่น ไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้เครื่องบินพยาบาล และเครื่องบินส่วนตัวที่ติดตั้งอุปกรณ์การแพทย์เพื่อขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
ในอีกมุมหนึ่งความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองหรือสงคราม ที่อาจทำให้เที่ยวบินพาณิชย์หยุดชะงักก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เครื่องบินส่วนตัวเปลี่ยนบทบาทจากสินค้าฟุ่มเฟือยไปสู่เครื่องมือที่จำเป็น สำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางอย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้ธุรกิจสะดุดเช่นเดียวกัน แม้ประเทศไทยจะยังเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรือยุโรป แต่ความต้องการเครื่องบินธุรกิจกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
การมีพันธมิตรระหว่างผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลกกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Private Aviation ในประเทศ คือ หนึ่งสัญญาณว่าโครงสร้างอุตสาหกรรมการบินธุรกิจในเอเชียกำลังขยายตัว และความร่วมมือครั้งนี้ของ Gulfstream และ MJets อาจเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการบินส่วนบุคคลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ด้วยทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจข้ามชาติและอุตสาหกรรมส่งออก อีกทั้งไทยยังมีศักยภาพในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และบริการภาคพื้นดินสำหรับเครื่องบินธุรกิจ
“ภายใต้ข้อตกลงใหม่ครั้งนี้ MJets จะทำหน้าที่สะพานเชื่อมลูกค้า รับผิดชอบตั้งแต่การส่งเสริมการขายเครื่องบินธุรกิจ การสนับสนุนลูกค้าและผู้สนใจในตลาดไทย ตลอดจนการสร้างเครือข่ายลูกค้าในภูมิภาคให้กับ Gulfstream” Heinecke กล่าว
สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้การบินส่วนบุคคล (Private Aviation) มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเครื่องบินส่วนตัวสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างยืดหยุ่น และช่วยให้นักธุรกิจหรือองค์กรยังคงสามารถเดินทางข้ามประเทศได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในแง่ของต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้งสองมองว่าเป็นเพียง การปรับตัวระยะสั้น มากกว่าจะเป็นแนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรม
|