|
กรมทรัพย์สินทางปัญญาขานรับ “นโยบาย 10+” ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์“เพิ่มรายได้” ตามกรอบนโยบายเร่งด่วนภายใต้ภาวะสงครามการค้า หวังเร่งยกระดับศักยภาพ สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง แข่งขันได้ สามารถสร้างรายได้ผ่านกลไกทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนผ่านสถิติรับจดทะเบียน 3 เดือนแรกปี 69 เพิ่มกว่า 10% กว่า1.5 หมื่นฉบับ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - มีนาคม) มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) รวมสูงถึง 18,780 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 6.39% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (17,652 คำขอ) ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดทะเบียนรวม 15,323 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 10.23% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (13,901 ฉบับ/รายการ)
สำหรับลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเพียงประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมได้ โดย 3 เดือนแรกของปี 2569 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 4,117 รายการ เพิ่มขึ้น 7.86% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (3,817 รายการ) โดยมีรายละเอียดคำขอจด/แจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท ดังนี้
1)เครื่องหมายการค้า ช่วง 3 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 13,743 คำขอ เพิ่มขึ้น 6.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (12,921 คำขอ) กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 1,917 คำขอ ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และการส่งเสริมบริการ Fast Track ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ (2) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 1,788 คำขอ (3) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 1,634 คำขอ สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น เป็นต้น โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 54% และต่างชาติ 46% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่วง 3 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 11,350 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 2.71%
2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ยื่นคำขอ 2,260 คำขอ เพิ่มขึ้น 5.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (2,148 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 262 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง (2) นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 190 คำขอ (3) นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 90 คำขอ เป็นต้น โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 13% และต่างชาติ 87% ทั้งนี้ 3 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,384 ฉบับ เพิ่มขึ้น 17.39% (1,179 ฉบับ)
3) อนุสิทธิบัตร ยื่นคำขอ 1,274 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,177 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่(1) อาหารและเครื่องดื่ม ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างที่ 144 คำขอ (2) ยาสมุนไพร 57 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ (3) อุปกรณ์ทางการแพทย์ ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 โดยมี 53 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 97% และต่างชาติ 3% เป็นต้น สำหรับผู้ยื่นคำ เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ทั้งนี้ 3 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 678 ฉบับ เพิ่มขึ้น 41.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (478 ฉบับ)
4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ยื่นคำขอ 1,503 คำขอ เพิ่มขึ้น 6.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,406 คำขอ) แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ลวดลายผ้า ขยับขึ้นมาจากอันดับ 2 โดยมี 159 คำขอ (2) บรรจุภัณฑ์ 148 คำขอ (3) รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 โดยมี 118 คำขอ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,911 ฉบับ เพิ่มขึ้น 60.18% (1,193 ฉบับ
5) ลิขสิทธิ์ ยื่นแจ้งข้อมูล 4,117 ผลงาน เพิ่มขึ้น 7.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (3,817 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1,743 ผลงาน (2) ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 1,221 ผลงาน (3) ดนตรีกรรม 858 ผลงาน ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น
นางอรมน กล่าวเสริมว่า จากสถิติในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 จะเห็นได้ว่าจำนวนคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของเศรษฐกิจการค้ายุคปัจจุบันที่ทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทอย่างยิ่งต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้ายกระดับบริการด้านการจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง ทันสมัย และได้มาตรฐานสากล โดยมุ่งพัฒนากฎหมายและกระบวนการพิจารณาคำขอให้มีความคล่องตัวและสอดคล้องกับบริบททางการค้า ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสม เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนในการเข้าถึงสิทธิของผู้ประกอบการ สนองต่อนโยบาย 10+ ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย “SMEs Plus” ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถและสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย และนโยบาย “Trade Plus” ที่มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมไทยสู่เวทีการค้าโลก โดยการยกระดับระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการต่อยอดนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในเชิงพาณิชย์ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
|