การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของประเทศไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ของธุรกิจประกันภัย
ReadyPlanet.com
dot dot
การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของประเทศไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ของธุรกิจประกันภัย

การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของประเทศไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ของธุรกิจประกันภัย

 
 

บทความโดย นิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มรู้ใจ

การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแรงผลักดันของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกัน บทสนทนาเกี่ยวกับ EV ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่ผู้บริโภคกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ วันนี้ความกังวลหลักกลายเป็น “ความไม่แน่นอนด้านราคาน้ำมัน”

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ยังคงผลักดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ผู้บริโภคไทยจำนวนมากเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติในการรับมือกับต้นทุนการเดินทางระยะยาวที่คาดเดาได้ยาก แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขในตลาดอย่างชัดเจน โดยตลาดรถ EV ในประเทศไทยเติบโตถึง 80% ในปี 2025 โดยมียอดจดทะเบียนสะสมทะลุ 120,000 คัน ขณะที่งาน Bangkok International Motor Show 2026 มียอดจองรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 132,951 คัน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากยอดจองรถ EV ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า เทคโนโลยี และประสิทธิภาพด้านต้นทุน

นโยบายภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ผ่านการสนับสนุนแบบครอบคลุมทั้งระบบนิเวศตั้งแต่ภาคการผลิต ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการจูงใจผู้บริโภค นโยบาย 30@30 ของประเทศไทยตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศภายในปี 2030 โดยมีมาตรการ EV 3.5 ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและมาตรการสนับสนุนด้านการผลิต ขณะเดียวกันในฝั่งผู้บริโภค โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของธนาคารออมสินยังส่งเสริมให้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าง่ายขึ้น

ความท้าทายของประกันภัย EV ที่สวนทางการเติบโตของระบบนิเวศ

ในมุมมองของผม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ของประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยนแค่สิ่งที่ผู้คนขับขี่เท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคต่อ “การเป็นเจ้าของ” “ความเสี่ยง” และ “ความคุ้มครอง” อย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนของราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมาได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของรถ EV โดยความกังวลของผู้บริโภคได้เปลี่ยนจาก “รถจะวิ่งได้ไกลพอหรือไม่” ไปสู่ “เราจะรับภาระราคาน้ำมันไหวหรือเปล่า” มากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากมองรถ EV เป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติในการบริหารต้นทุนการเดินทางระยะยาว

แม้รถ EV จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รถยนต์ประเภทนี้ก็มาพร้อมกับรูปแบบความเสี่ยงที่แตกต่างและยังอยู่ในช่วงพัฒนาเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป (ICE) โดยอัตราการเกิดอุบัติเหตุของ EV มักสูงกว่าในช่วงปีแรกของการใช้งาน เนื่องจากผู้ขับขี่ยังอยู่ในช่วงปรับตัวกับลักษณะการขับขี่แบบใหม่ เช่น ระบบ Regenerative Braking ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการเก็บพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นเมื่อชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก โดยเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม แรงหน่วงจากการเบรกของระบบนี้อาจลดลงเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็มแล้ว รวมไปถึงแรงบิดฉับพลัน หรือ Instant Torque ที่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถจ่ายกำลังสูงสุดได้ทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทั้งนี้หลังจากผ่านช่วงแรกไปแล้ว อัตราการเกิดอุบัติเหตุมักเริ่มกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป

ความแตกต่างอย่างชัดเจนอีกจุดคือ ต้นทุนและความซับซ้อนในการซ่อม ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ EV สูงกว่ารถสันดาปโดยเฉลี่ยประมาณ 39.7% เนื่องจากความซับซ้อนของระบบแบตเตอรี่ ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์เฉพาะทางและช่างผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อจำกัดด้านอะไหล่ที่ยังมีอยู่ในตลาด

อีกหนึ่งความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดไทย คือจำนวนเครือข่ายอู่ซ่อมอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถ EV ยังมีจำกัด ปัจจุบันงานซ่อมส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายศูนย์บริการของผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งกลายเป็นปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้างที่จำกัดการแข่งขันและส่งผลให้ต้นทุนการซ่อมยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในระยะยาวการขยายบทบาทของอู่ซ่อมอิสระที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านราคา เพิ่มกำลังการรองรับงานซ่อม และช่วยลดต้นทุนค่าสินไหมโดยรวมของทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดรถ EV ก็กำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับธุรกิจประกันภัยเช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดและค่าเสื่อมราคาที่ผันผวนรวดเร็วขึ้น ทำให้การประเมินความเสี่ยงและมูลค่าความเสียหายของรถมีความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับผู้รับประกันภัย

สิ่งนี้สะท้อน “ความท้าทาย” ที่น่าสนใจในตลาด กล่าวคือ แม้รถ EV จะซื้อได้ง่ายขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาครัฐ การแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตและการเข้าถึงสินเชื่อที่สะดวกขึ้น แต่การประกันภัยรถ EV กลับมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคอาจคาดหวังว่าเบี้ยประกันจะต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้นเมื่อการใช้งานประเภทนี้เติบโตขึ้น แต่ในความเป็นจริง บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมความเสี่ยงใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ รูปแบบการซ่อมที่เปลี่ยนไป และมูลค่ารถที่ผันผวนมากขึ้น

ผู้บริโภค EV คือผู้บริโภคยุคดิจิทัล

ขณะเดียวกัน ลักษณะผู้บริโภคที่ซื้อรถ EV ก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน แตกต่างจากผู้ซื้อรถยนต์แบบดั้งเดิม โดยผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวมักเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และมีความระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น พวกเขาไม่ได้เพียงซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศของการใช้งานรูปแบบใหม่ทั้งหมด

นั่นทำให้ความกังวลของผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความทนทานของเครื่องยนต์หรือการเข้าศูนย์บริการอีกต่อไป ความคุ้มครองแบตเตอรี่ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุด เนื่องจากต้นทุนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ความกังวลก็เริ่มขยายไปสู่ประเด็นด้านซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยในการชาร์จไฟ และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับระบบชาร์จภายในบ้าน

ประกันภัยคือ Safety Net ของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในปัจจุบันคาดหวังประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่น ความคุ้มครองที่โปร่งใส และผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถพัฒนาให้ทันกับระบบของรถยนต์ประเภทนี้ เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้กำลังก่อให้เกิดความคาดหวังใหม่ต่อธุรกิจประกันภัย ไม่ใช่เพียงการคุ้มครองตัวรถ แต่รวมถึงการช่วยลดความไม่แน่นอนที่มาพร้อมกับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมประกันภัย EV ไม่สามารถถูกมองเป็นเพียงประกันรถยนต์แบบเดิมที่เปลี่ยนเครื่องยนต์เท่านั้น การประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประกันภัยสามารถมอบความคุ้มครองที่ยั่งยืน โปร่งใส และสอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประกันภัยมีบทบาทสำคัญในการช่วยลด “แรงเสียดทาน” ของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ด้วยการเปลี่ยนความเสี่ยงที่ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย ให้กลายเป็นต้นทุนที่สามารถคาดการณ์และบริหารจัดการได้ ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV

ประเทศไทยกำลังก้าวผ่านช่วงแรกของการเปิดรับเทคโนโลยี (Early Adoption) ของรถ EV และเข้าสู่การใช้งานในวงกว้าง (Mass Adoption) อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงราคาของรถหรือจำนวนสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งประกันภัย การซ่อม การชาร์จไฟ และบริการหลังการขาย จะสามารถพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านได้เร็วเพียงใด เมื่อรถ EV กลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความท้าทายถัดไปคือการทำให้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ EV เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย บริหารจัดการได้ และเป็นที่ไว้วางใจสำหรับผู้บริโภคไทยในชีวิตประจำวัน

 
 
 
 

 




Special Report

การ์ทเนอร์เผยปี 2569 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้น 26%
เน้นโตไว หรือไปรอด: ดิจิทัลไทยต้องขับเคลื่อนด้วย รากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ ความเร็ว
การ์ทเนอร์เผย 4 ภัยคุกคามสำคัญ ที่ผู้นำไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องปรับแผนรับมืออย่างเร่งด่วน
เลือก Cloud Infrastructure ที่เหมาะกับการใช้งาน AI ระดับองค์กร
ความเชื่อมั่นในยุค AI: เมื่อระบบชำระเงินต้องก้าวนำการฉ้อโกง บทความโดย วรุณ มหินทรุ หัวหน้าฝ่ายบริการเสริม วีซ่า ประจำสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย
ผู้นำไอทีภาครัฐจะใช้ GenAI ขับเคลื่อนภารกิจและลดต้นทุนได้อย่างไร
เจาะ 4 ประเด็นสำคัญ จากผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2568 และนัยต่อตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
Dedollarization : เมื่อดอลลาร์สหรัฐอาจไม่ใช่ศูนย์กลางของระบบการเงินโลกอีกต่อไป
การ์ทเนอร์เผยสิ้นปีนี้ AI PCs ครองส่วนแบ่ง 31% ของตลาดพีซีทั่วโลก
Crypto Tourism ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการเงิน
การ์ทเนอร์คาดการณ์ ในปี 2569 บริการสื่อสารดาวเทียม LEO ทั่วโลก จะมีมูลค่าใช้จ่ายแตะ 14.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยบริการสื่อสารดาวเทียม LEO จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยม เมื่อเกิดการใช้งานในกลุ่มธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
การ์ทเนอร์ระบุเทคโนโลยี ‘Earth Intelligence’ เป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าถึง 20 พันล้านดอลลาร์ ของผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไปจนถึงปี 2030 ภายใน 5 ปีจากนี้ การใช้จ่ายไปกับเทคโนโลยี “Earth Intelligence” ขององค์กรธุรกิจจะมากกว่ารัฐบาลและหน่วยงานทหารรวมกั
“AI พลิกเกมต้านโกง” ไทยเดินหน้าออกแบบระบบโปร่งใส ป้องกันคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เรียกร้ององค์กรธุรกิจใช้นวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการภาวะวิกฤต รายงานพิเศษฉบับใหม่ว่าด้วยการบริหารจัดการภาวะวิกฤตระดับโลก จะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรและส่งเสริมนวัตกรรม
การ์ทเนอร์เผยคาดการณ์ด้าน ‘ข้อมูลและการวิเคราะห์’ ที่องค์กรต้องจับตาในอนาคต
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุค AI: ความแข็งแกร่งรัดกุมต้องบิวท์อินตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เป็นส่วนเสริม
การ์ทเนอร์คาดการณ์อีก 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนของ Guardian Agents จะครอบคลุมประมาณ 10-15% ของตลาด Agentic AI Guardian Agents จะทำให้กระบวนการทำงานของ AI น่าเชื่อถือและปลอดภัยในสภาวะที่การใช้ AI มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
กรณีศึกษา Social Listening ท่ามกลางวิกฤตการเมือง
การ์ทเนอร์เผยแนวโน้มสำคัญกำหนดอนาคตคลาวด์
BASE Playhouse เผยเทรนด์อัปสกิลพนักงานองค์กรยุคใหม่ คอร์ส AI-การเป็นผู้นำ-ทีมเวิร์ค ขึ้นแท่นทักษะที่ต้องมี ตอกย้ำ 3 สกิลสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ พร้อมนำเสนอ คอร์สเทรนนิ่งที่ดึงศักยภาพสูงสุดของคนวัยทำงาน
การ์ทเนอร์เผยไตรมาสแรกปี 2568 ยอดจัดส่งพีซีทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4.8% การอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Windows 11 และการเพิ่มสินค้าคงคลังเพื่อป้องกันผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
พร้อมรับอนาคตอาชีพในสายงานเทคโนโลยี 6 ทักษะสำคัญที่มนุษย์ยุค AI ต้องมี
“ชีวิตบนเชือก เสียงจากแรงงานกลางอากาศบนตึกสูง” บันทึกของผู้กล้าที่เดินอยู่เหนือความกลัว — แรงงานที่ Metthier เลือกจะไม่มองข้าม
ซิสโก้พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง ‘ความปลอดภัยรูปแบบใหม่’ ในยุค AI
วัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
บทวิเคราะห์: สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และแนวโน้มปี 2568
ซื้อทองดีกว่าเก็บเงินไว้เฉยๆ จริงไหม?
การ์ทเนอร์คาดการณ์ อีกสองปี AI Agents จะทำให้เวลาที่ใช้โจมตีช่องโหว่ของบัญชีลดลงถึง 50% AI Agents จะฉวยโอกาสมากขึ้นจากการพิสูจน์ตัวตนที่อ่อนแอลง ด้วยการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวอัตโนมัติและช่องทางสื่อสารที่ใช้เพื่อยืนยันตัวตนต่าง ๆ ที่หละหลวม
จุดเปลี่ยนนโยบายภาษีสหรัฐฯ: "ภาษีทรัมป์" เขย่าโลก จับทิศทางการค้าและการปรับตัวของคริปโตในไทย
แนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ปี 2568
มุมองจากผู้บริหารแสนสิริต่อภาคอสังหาฯ ปัจจุบัน ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
โซเชียลจับตา “ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก” ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
[เอเชียแปซิฟิก] ‘มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร’ ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์ ประเทศกลุ่มภูมิภาค อาทิ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย
ส่อง! เวอร์ชวลไลเซชันปี 2025 และจากนี้ไป
CADT DPU เผย บทสรุปเวทีสัมมนา “เส้นทางสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบินของไทย" ความร่วมมือจาก 4 ภาคส่วนคือกุญแจสู่ Net Zero
ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยจะทำงานอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ได้หรือไม่?
รับมือความท้าทายทรัมป์ 2.0 อย่างไร เมื่อไทยยังมีแผลเป็นเศรษฐกิจ
โค้ด (ไม่) ลับ ฉบับนักเดินทาง บางกอกแอร์เวย์ส แจงชื่อย่อสายการบิน
สรุปผลสำรวจปี 2567 ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว เผย THAIDOM EFFECT มาแรง
‘การ์ทเนอร์’ เผย 6 เทรนด์สำคัญส่งผลกระทบ โครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติงานองค์กรปี’68
ปีใหม่..เริ่มต้นใหม่ เปิดวิถีชีวิตคนขับแกร็บ จาก “ความมุ่งมั่น” สู่ “ชีวิตที่ดีกว่า”
StemCell คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นแนวทางการดูแลรักษาแห่งอนาคต
SCBX เผยกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งองค์กรด้วย AI พร้อมชู 5 กล้ามเนื้อหลักขับเคลื่อนธุรกิจ
รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก...ทำเลใหม่เปิดประตูสู่การพัฒนาโครงการบ้าน และคอนโด
คนอร์เปิดตัวโครงการเกษตรกรรมฟื้นฟู ปฏิรูปห่วงโซ่อุปทานข้าวไทย เพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์ ชูแพลตฟอร์ม Makro PRO ทรานส์ฟอร์มโชห่วยสู่สมาร์ทโชห่วย พร้อมสินค้าคุณภาพ ลดราคา ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย บอกเล่า 5 ขั้นตอนรักษ์โลก ส่งขวด PET ไปรีไซเคิล
ท่องเที่ยวกลางแจ้ง (Outdoor) จุดแข็งใหม่ท่องเที่ยวไทย ทำธุรกิจเกี่ยวข้องขยายตัว 30%
ไม่ควรตื่นตระหนกเรื่องผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากยาหรือวัคซีนใดๆ ไม่ว่าจะโควิดหรือโรคอื่น
วิกฤต PM 2.5 หลีกเลี่ยงได้ถ้าเราช่วยกัน





ช่องยูทูป INTV Thai


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3