เน้นโตไว หรือไปรอด: ดิจิทัลไทยต้องขับเคลื่อนด้วย รากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ ความเร็ว
ReadyPlanet.com
dot dot
เน้นโตไว หรือไปรอด: ดิจิทัลไทยต้องขับเคลื่อนด้วย รากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ ความเร็ว

เน้นโตไว หรือไปรอด: ดิจิทัลไทยต้องขับเคลื่อนด้วย

รากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ ความเร็ว

 
 

บทความโดยนายเคนเนธ ไล รองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน คลาวด์แฟลร์ 

ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เร่งผลักดันนโยบาย Cloud First และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ เข้าสู่กลุ่มการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ทิศทางการขับเคลื่อนประเทศเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้ดิจิทัล สิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญในปัจจุบัน คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต รวมถึงสร้างกลไกใหม่ ๆ ที่ใช้ขับเคลื่อนการเติบโต ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศที่มาพร้อมคำถามสำคัญ คือ องค์กรไทยขยายระบบดิจิทัลของตนบนรากฐานที่แข็งแกร่ง หรือ ขยายอยู่บนระบบเดิมที่แบกภาระหนักอยู่แล้ว 

คำตอบของคำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความก้าวหน้าและความแข็งแกร่งทางดิจิทัลไม่ได้พัฒนาควบคู่กันไปอย่างอัตโนมัติ บ่อยครั้งที่องค์กรหลายแห่งดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือ องค์กรเหล่านี้ยังคงดำเนินการด้วยสถาปัตยกรรมแบบเก่า ใช้ระบบต่าง ๆ ที่ผูกติดกันแน่น และมีสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่กระจัดกระจาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถรองรับความต้องการด้านความเร็ว จัดการกับความซับซ้อนไม่ได้ และไม่รองรับการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างระบบต่าง ๆ ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน รายงาน Security Signals Report ล่าสุดของคลาวด์แฟลร์ พบว่า ความล้มเหลวของระบบขั้นรุนแรงที่สุดในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการเปิดช่องโหว่ที่เห็นได้ชัดเจน แต่เกิดจากรอยแยกทางโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ ที่มองไม่เห็นจนกว่าจะเกิดผลกระทบขึ้น 

โครงการด้าน AI ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานจริงอย่างรวดเร็ว ความจำเป็นในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับเวิร์กโหลดเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย มั่นคง มีเสถียรภาพ และรองรับการขยายตัวได้ในอนาคตจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนมากขึ้น  

ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม 

การดำเนินงานขององค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยมีความรวดเร็วและเป็นอัตโนมัติมากขึ้น ส่งผลให้ตรวจพบช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานได้ยากขึ้น และถูกนำไปใช้ประโยชน์ (โจมตี) ได้เร็วขึ้น สิ่งที่เป็นตัวกำหนดความท้าทายในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเร็วในการที่ช่องโหว่เหล่านั้นจะถูกโจมตีอีกด้วย  

Agentic AI จะยิ่งทำให้ระยะเวลาระหว่างการเปิดเผยให้เห็นช่องโหว่ไปจนถึงการถูกโจมตีหดสั้นลงไปอีก ระบบต่าง ๆ ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่หรือกำลังจะเข้าสู่ยุคที่สามารถสั่งการและประมวลผลงานได้เป็นพัน ๆ รายการภายในเสี้ยววินาที ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชน ส่งผลให้เหลือเวลาน้อยมากสำหรับมนุษย์ที่จะยื่นมาเข้ามาจัดการหรือกู้สถานการณ์เมื่อเกิดความผิดพลาด ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถตรวจพบและเปลี่ยนช่องโหว่เหล่านั้นให้กลายเป็นเครื่องมือโจมตีได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง 

บ่อยครั้งที่ความท้าทายนี้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกระดับ จากความจริงที่ว่าทุก ๆ การเชื่อมต่อกับบริการ SaaS, การเรียกใช้ API, การใช้โอเพนซอร์สไลบรารี่ รวมถึงบริการ AI ต่างเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่ส่งทอดต่อกันมา ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ณ จุดใดก็ตามบนเครือข่ายที่กว้างขวางนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของข้อมูล ระบบล่ม  หรือการละเลยต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ อาจลุกลามอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อลูกค้า ต่อความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อบังคับ และการหยุดชะงักของระบบโดยรวม React2Shell ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในปี 2025 คือหนึ่งในตัวอย่างของกรณีดังกล่าว โดยมีความพยายามโจมตีผ่านช่องโหว่นี้มากกว่า 1 พันล้านครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 11 วันเท่านั้น 

การที่ความเร็วและความเปราะบางมาบรรจบกันนี้เอง ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่เรานิยามได้ว่าความย้อนแย้งด้านความเร็ว" (velocity paradox) ซึ่งเป็นสภาวะที่เทคโนโลยีที่เป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าทางธุรกิจ มีส่วนทำให้ความเป็นไปได้ที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงแม้ว่าจะทำผิดพลาดหรือมีบางอย่างผิดพลาด (margin for error) ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน  

ปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมความเปราะบางนี้คือการเพิ่มขึ้นของการพึ่งพาอาศัย AI การที่พนักงานขององค์กรพึ่งพาเครื่องมือ generative AI และบริการที่ฝัง AI ไว้แล้วมากขึ้น ส่งผลให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหลุดไหลไปสู่โมเดลนอกองค์กร เป็นการขยายขอบเขตความเสี่ยงออกไปเกินกว่าที่องค์กรจะควบคุมได้โดยตรง สถานการณ์นี้ทำให้องค์กรหลายแห่งเผชิญกับจุดบอดด้านการกำกับดูแลข้อมูล การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ว่า ทำไมระบบรักษาความปลอดภัยจึงไม่สามารถแยกตัวอยู่ภายนอกระบบไอทีได้อีกต่อไป แต่จะต้องถูกถักทอเข้าเป็นเนื้อเดียวกันในทุก ๆ ระดับชั้นของสภาพแวดล้อมดิจิทัล 

เมื่อเป้าหมายใหม่ เผชิญหน้ากับโครงสร้างพื้นฐานเก่า 

เมื่อพิจารณารวมกัน ปัจจัยกดดันเหล่านี้ต่างบ่งชี้ถึงประเด็นที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคือ สิ่งที่หลายองค์กรมองว่าเป็นหนี้ทางเทคนิคที่พอกพูน กำลังกลายสภาพไปเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ เนื่องจากระบบดั้งเดิมที่ถูกสร้างขึ้นในอดีตตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การเข้ามาจัดการด้วยมนุษย์ การตั้งค่าระบบแบบคงที่ และการป้องกันเฉพาะรอบนอกของระบบนั้นเพียงพอแล้ว  

ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป สภาพแวดล้อมดิจิทัลยุคใหม่จำเป็นต้องพึ่งพาความเป็นอัตโนมัติ การเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน และการควบคุมแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระบบแบบเก่าเหล่านี้กำลังสร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์และการดำเนินงาน ทำให้องค์กรต้องตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงจากภัยคุกคามซึ่งทำงานด้วยความเร็วของระบบปฏิบัติการสามารถเจาะเข้าโจมตีได้อย่างง่ายดาย  

ความสูญเสียจากปัญหานี้มีมูลค่ามหาศาล โดยเฉลี่ยแล้ว องค์กรระดับโลกต้องสูญเสียเงินมากกว่า 370 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เพียงเพราะไม่สามารถปรับปรุงระบบดั้งเดิมให้ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทรัพยากรด้านเทคโนโลยีขององค์กรประมาณ 31% ถูกนำไปใช้เพียงเพื่อสะสางหนี้ทางเทคนิค ในขณะที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โครงการริเริ่มด้าน AI หรือการวางระบบอัตโนมัติ กลับได้รับส่วนแบ่งนี้เพียงน้อยนิดแค่ 7% เท่านั้น  

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เพียงเป็นการหยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่คือการถดถอย และองค์กรไทยอาจได้รับผลกระทบเป็นวงจรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ เริ่มจากเมื่อโครงสร้างพื้นฐานเปราะบางมากขึ้น เหตุการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ก็จะเกิดถี่ขึ้น และเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยคุกคามถี่ขึ้น จะมีการใช้เวลา ดึงงบประมาณ รวมถึงบุคลากรที่มีความสามารถไปใช้กับการบำรุงรักษาระบบมากขึ้น ทำให้เหลือขีดความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ น้อยลง ในขณะเดียวกัน องค์กรที่มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย จะสามารถใช้ AI ดึงความทันสมัยออกมาใช้กับเวิร์กโหลดจริง เพื่อพิสูจน์และเร่งการปรับปรุงสถาปัตยกรรมให้เร็วขึ้น เช่น 62% ขององค์กรที่เป็นผู้นำด้านการใช้นวัตกรรมแอปพลิเคชันพบว่ามัน "ง่ายมาก" ที่จะติดตามระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยขององค์กรตนในปัจจุบัน เทียบกับองค์กรที่ยังใช้สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมซึ่งมีสัดส่วนเพียง 35% เท่านั้น 

กล่าวได้ว่าความเปราะบางของระบบแบบเก่าเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่องค์กรจะแบกรับหรือยื้อต่อไปได้อีก  

ความแข็งแกร่ง ต้องถูกสร้างขึ้นด้วยการออกแบบทางวิศวกรรม ไม่ใช่คิดเอาเอง

หากต้องการให้เป้าหมายการเติบโตของประเทศไทย สามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นมูลค่าที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง องค์กรจำเป็นต้องมองเรื่องของความแข็งแกร่งที่พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ไม่ใช่เป็นเพียงมาตรการตั้งรับ และจะต้องสร้างระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นศูนย์กลางของระบบทั้งหมด  

ระบบรากฐานจำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรองรับการเติบโตขององค์กรท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรวมถึงความสามารถในการจำกัดวงความเสียหายไม่ให้ลุกลาม สำหรับผู้นำองค์กรในประเทศไทย สิ่งที่กล่าวมานี้หมายถึงการออกแบบและการสร้างระบบที่แข็งแกร่งพอที่จะปรับตัว จำกัดวง และสามารถรับมือกับแรงกดดันจากวิกฤตต่าง ๆ โดยที่ระบบยังคงสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมั่นใจ ในทางปฏิบัติ แนวทางนี้จำเป็นต้องแยกส่วนการพึ่งพาที่สำคัญออกจากกัน เพิ่มกลไกป้องกัน และกำหนดนโยบายให้อยู่ในรูปแบบโค้ด (policy-as-code) เพื่อลดผลกระทบจากความผิดพลาด รวมถึงการทดสอบสถานการณ์ความล้มเหลวอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ องค์กรจะต้องสามารถมองเห็นภาพรวมของระบบควบคุมส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน, ระบบการยืนยันตัวตนที่ผูกพันเชื่อมโยงกัน (identity dependencies) และไปป์ไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน รวมถึงต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดสอบระบบที่จำลองสภาวะวิกฤต (failure-mode testing) ไม่ใช่เห็นเพียงสถิติที่ระบบทำงานได้ตามปกติเท่านั้น  

ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดที่ธุรกิจไทยพึงมี ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความเสี่ยงที่มีความเร็วเทียบเท่าความเร็วของระบบปฏิบัติการ คือ สถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้น ให้อึดและพร้อมยืนหยัดได้ในทุกวิกฤต นั่นคือเหตุผลที่ความแข็งแกร่ง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องที่เอาไว้มาคิดกันในภายหลังอีกต่อไป แต่ต้องได้รับการฝังไว้ในโครงสร้างสถาปัตยกรรมตั้งแต่ก้าวแรก 

 
 
 
 

 




Special Report

การ์ทเนอร์เผยปี 2569 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้น 26%
การ์ทเนอร์เผย 4 ภัยคุกคามสำคัญ ที่ผู้นำไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องปรับแผนรับมืออย่างเร่งด่วน
เลือก Cloud Infrastructure ที่เหมาะกับการใช้งาน AI ระดับองค์กร
การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของประเทศไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ของธุรกิจประกันภัย
ความเชื่อมั่นในยุค AI: เมื่อระบบชำระเงินต้องก้าวนำการฉ้อโกง บทความโดย วรุณ มหินทรุ หัวหน้าฝ่ายบริการเสริม วีซ่า ประจำสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย
ผู้นำไอทีภาครัฐจะใช้ GenAI ขับเคลื่อนภารกิจและลดต้นทุนได้อย่างไร
เจาะ 4 ประเด็นสำคัญ จากผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2568 และนัยต่อตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
Dedollarization : เมื่อดอลลาร์สหรัฐอาจไม่ใช่ศูนย์กลางของระบบการเงินโลกอีกต่อไป
การ์ทเนอร์เผยสิ้นปีนี้ AI PCs ครองส่วนแบ่ง 31% ของตลาดพีซีทั่วโลก
Crypto Tourism ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการเงิน
การ์ทเนอร์คาดการณ์ ในปี 2569 บริการสื่อสารดาวเทียม LEO ทั่วโลก จะมีมูลค่าใช้จ่ายแตะ 14.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยบริการสื่อสารดาวเทียม LEO จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยม เมื่อเกิดการใช้งานในกลุ่มธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
การ์ทเนอร์ระบุเทคโนโลยี ‘Earth Intelligence’ เป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าถึง 20 พันล้านดอลลาร์ ของผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไปจนถึงปี 2030 ภายใน 5 ปีจากนี้ การใช้จ่ายไปกับเทคโนโลยี “Earth Intelligence” ขององค์กรธุรกิจจะมากกว่ารัฐบาลและหน่วยงานทหารรวมกั
“AI พลิกเกมต้านโกง” ไทยเดินหน้าออกแบบระบบโปร่งใส ป้องกันคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เรียกร้ององค์กรธุรกิจใช้นวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการภาวะวิกฤต รายงานพิเศษฉบับใหม่ว่าด้วยการบริหารจัดการภาวะวิกฤตระดับโลก จะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรและส่งเสริมนวัตกรรม
การ์ทเนอร์เผยคาดการณ์ด้าน ‘ข้อมูลและการวิเคราะห์’ ที่องค์กรต้องจับตาในอนาคต
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุค AI: ความแข็งแกร่งรัดกุมต้องบิวท์อินตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เป็นส่วนเสริม
การ์ทเนอร์คาดการณ์อีก 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนของ Guardian Agents จะครอบคลุมประมาณ 10-15% ของตลาด Agentic AI Guardian Agents จะทำให้กระบวนการทำงานของ AI น่าเชื่อถือและปลอดภัยในสภาวะที่การใช้ AI มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
กรณีศึกษา Social Listening ท่ามกลางวิกฤตการเมือง
การ์ทเนอร์เผยแนวโน้มสำคัญกำหนดอนาคตคลาวด์
BASE Playhouse เผยเทรนด์อัปสกิลพนักงานองค์กรยุคใหม่ คอร์ส AI-การเป็นผู้นำ-ทีมเวิร์ค ขึ้นแท่นทักษะที่ต้องมี ตอกย้ำ 3 สกิลสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ พร้อมนำเสนอ คอร์สเทรนนิ่งที่ดึงศักยภาพสูงสุดของคนวัยทำงาน
การ์ทเนอร์เผยไตรมาสแรกปี 2568 ยอดจัดส่งพีซีทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4.8% การอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Windows 11 และการเพิ่มสินค้าคงคลังเพื่อป้องกันผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
พร้อมรับอนาคตอาชีพในสายงานเทคโนโลยี 6 ทักษะสำคัญที่มนุษย์ยุค AI ต้องมี
“ชีวิตบนเชือก เสียงจากแรงงานกลางอากาศบนตึกสูง” บันทึกของผู้กล้าที่เดินอยู่เหนือความกลัว — แรงงานที่ Metthier เลือกจะไม่มองข้าม
ซิสโก้พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้าง ‘ความปลอดภัยรูปแบบใหม่’ ในยุค AI
วัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
บทวิเคราะห์: สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และแนวโน้มปี 2568
ซื้อทองดีกว่าเก็บเงินไว้เฉยๆ จริงไหม?
การ์ทเนอร์คาดการณ์ อีกสองปี AI Agents จะทำให้เวลาที่ใช้โจมตีช่องโหว่ของบัญชีลดลงถึง 50% AI Agents จะฉวยโอกาสมากขึ้นจากการพิสูจน์ตัวตนที่อ่อนแอลง ด้วยการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวอัตโนมัติและช่องทางสื่อสารที่ใช้เพื่อยืนยันตัวตนต่าง ๆ ที่หละหลวม
จุดเปลี่ยนนโยบายภาษีสหรัฐฯ: "ภาษีทรัมป์" เขย่าโลก จับทิศทางการค้าและการปรับตัวของคริปโตในไทย
แนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ปี 2568
มุมองจากผู้บริหารแสนสิริต่อภาคอสังหาฯ ปัจจุบัน ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
โซเชียลจับตา “ตึกถล่ม-อาฟเตอร์ช็อก” ประเด็นร้อนหลังแผ่นดินไหว
[เอเชียแปซิฟิก] ‘มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร’ ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์ ประเทศกลุ่มภูมิภาค อาทิ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย
ส่อง! เวอร์ชวลไลเซชันปี 2025 และจากนี้ไป
CADT DPU เผย บทสรุปเวทีสัมมนา “เส้นทางสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบินของไทย" ความร่วมมือจาก 4 ภาคส่วนคือกุญแจสู่ Net Zero
ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยจะทำงานอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ได้หรือไม่?
รับมือความท้าทายทรัมป์ 2.0 อย่างไร เมื่อไทยยังมีแผลเป็นเศรษฐกิจ
โค้ด (ไม่) ลับ ฉบับนักเดินทาง บางกอกแอร์เวย์ส แจงชื่อย่อสายการบิน
สรุปผลสำรวจปี 2567 ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว เผย THAIDOM EFFECT มาแรง
‘การ์ทเนอร์’ เผย 6 เทรนด์สำคัญส่งผลกระทบ โครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติงานองค์กรปี’68
ปีใหม่..เริ่มต้นใหม่ เปิดวิถีชีวิตคนขับแกร็บ จาก “ความมุ่งมั่น” สู่ “ชีวิตที่ดีกว่า”
StemCell คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นแนวทางการดูแลรักษาแห่งอนาคต
SCBX เผยกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งองค์กรด้วย AI พร้อมชู 5 กล้ามเนื้อหลักขับเคลื่อนธุรกิจ
รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก...ทำเลใหม่เปิดประตูสู่การพัฒนาโครงการบ้าน และคอนโด
คนอร์เปิดตัวโครงการเกษตรกรรมฟื้นฟู ปฏิรูปห่วงโซ่อุปทานข้าวไทย เพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์ ชูแพลตฟอร์ม Makro PRO ทรานส์ฟอร์มโชห่วยสู่สมาร์ทโชห่วย พร้อมสินค้าคุณภาพ ลดราคา ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย บอกเล่า 5 ขั้นตอนรักษ์โลก ส่งขวด PET ไปรีไซเคิล
ท่องเที่ยวกลางแจ้ง (Outdoor) จุดแข็งใหม่ท่องเที่ยวไทย ทำธุรกิจเกี่ยวข้องขยายตัว 30%
ไม่ควรตื่นตระหนกเรื่องผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากยาหรือวัคซีนใดๆ ไม่ว่าจะโควิดหรือโรคอื่น
วิกฤต PM 2.5 หลีกเลี่ยงได้ถ้าเราช่วยกัน





ช่องยูทูป INTV Thai


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3