โอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในภาคการผลิตข้าวของไทย
ReadyPlanet.com
dot dot
โอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในภาคการผลิตข้าวของไทย

โอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในภาคการผลิตข้าวของไทย

 
 

Key Highlights:

·      การลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 3.2 กิโลวัตต์ มูลค่าราว 8 หมื่นบาท เพื่อทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล สามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 5,610 หน่วยไฟฟ้าเพียงพอที่ใช้ในการสูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกข้าวราว 17 ไร่ ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่เฉลี่ยที่ชาวนาไทยครอบครอง เป็นหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม คุ้มค่าในการลงทุน

·      ภายใต้สมมติฐานว่า 2% ของชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20 ไร่ ทำการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าว จะส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำของชาวนามีศักยภาพที่จะเพิ่มราว 300 ล้านหน่วยไฟฟ้า/ปี ก่อให้เกิดความต้องการติดตั้งราว 170 เมกะวัตต์ และเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้น 4,250 ล้านบาท โดยจังหวัดในภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี ชัยนาถ พิจิตร พิษณุโลก และอยุธยา มีศักยภาพในการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าจังหวัดอื่นๆ

·   ความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำของชาวนากลุ่มนี้ คาดว่าจะสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ราว 4,250 ล้านบาท โดยผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะได้รับอานิสงส์จากการผลิตและจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ราว 2,550 ล้านบาท ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าเชื่อมต่อ เช่น Inverter และผู้ให้บริการติดตั้งระบบฯ จะได้รับอานิสงส์จากการจำหน่ายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องราว 850 ล้านบาทต่อกลุ่ม

ภาวะพลังงานปัจจุบันกำลังกดดันต้นทุนการผลิต “ข้าว” พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย เนื่องจากชาวนายังต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำเป็นหลัก โดยค่าน้ำมันดีเซลคิดเป็นราว 20% ของต้นทุนการผลิตข้าวทั้งหมด และคาดว่าในปี 2569 ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกราว 20% YoY จากราคาพลังงานที่คาดว่าจะสูงขึ้น1

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีศักยภาพในการช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้แก่ภาคการผลิตข้าวในระยะยาว เนื่องจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องถึงราว 87% ในช่วงปี 2553–25672 ส่งผลให้พลังงานแสงอาทิตย์มีความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

ดังนั้น บทวิเคราะห์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในการผลิตข้าวของไทยในระยะข้างหน้า

ความคุ้มค่าของระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์

ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่ต่ำกว่า 3.2 กิโลวัตต์ (0.18 กิโลวัตต์/ไร่)3 ประเมินว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับชาวนาทั่วไปที่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวเฉลี่ยราว 17 ไร่4 เนื่องจากต้องใช้น้ำประมาณ 28,050 ลูกบาศก์เมตร/ปี และใช้พลังงานไฟฟ้าในการสูบน้ำราว 5,610 หน่วยไฟฟ้า/ปี3

เมื่อพิจารณาจากเงินลงทุนที่ราว 80,000 บาท พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ราว 5 ปี3 โดยระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลสำหรับการสูบน้ำ 16,280 บาทต่อปี5 ซึ่งทำให้เงินลงทุนดังกล่าวทยอยคืนกลับภายใน 5 ปี ซึ่งน้อยกว่าอายุการใช้งานของแผงเซลล์แสงอาทิตย์และส่วนประกอบอื่นๆ ที่อยู่ราว 15-25 ปี6 สะท้อนถึงความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ในระยะยาว

แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นอกระบบในการผลิตข้าวของไทย

ปัจจุบัน ปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นอกระบบ7 ของไทยราว 65% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2568 ถูกจำหน่ายให้กับผู้ซื้อ ซึ่งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เนื่องจากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ได้8 และส่วนเหลือถูกใช้ภายในองค์กร และผลิตไฟฟ้า8

ขณะที่การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคการผลิตข้าว ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น9 แต่มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายขึ้นในระยะข้างหน้า เพราะการลงทุนดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลสำหรับการสูบน้ำได้เพียงพอที่จะคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ สะท้อนได้จากผลสำรวจของเกษตรกรที่พบว่า 75% ของกลุ่มตัวอย่างมีความสนใจติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์9

ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ประเมินว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำของชาวนามีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นราว 300 ล้านหน่วยไฟฟ้า/ปี10 ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 2% ของชาวนาที่มีพื้นที่มากกว่า 20 ไร่11 ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวรวมราว 9.2 แสนไร่

ปริมาณการใช้ไฟฟ้าดังกล่าว ทำให้เกิดความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ราว 170 เมกะวัตต์ และก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นราว 4,250 ล้านบาท12 ทั้งนี้ การติดตั้งระบบดังกล่าวยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลสำหรับการสูบน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวทั้งหมด 880 ล้านบาทต่อปี13

ศักยภาพของความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในแต่ละภูมิภาค

การประเมินศักยภาพความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละภูมิภาคพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ จำนวนพื้นที่ปลูกข้าวชั้นดี14 ซึ่งสะท้อนถึงขนาดตลาดและความเหมาะสมเชิงเกษตรกรรม รายได้จากการขายข้าวต่อครัวเรือน ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อของชาวนา และศักยภาพด้านรังสีแสงอาทิตย์ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนของแต่ละปัจจัยมี 5 ระดับโดยระดับ 5 หมายถึง มีศักยภาพความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุด และระดับต่ำกว่านั้นสะท้อนศักยภาพที่ลดลงตามลำดับจนถึงระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับน้อยที่สุด

เมื่อประเมินศักยภาพความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของภาคการผลิตข้าว จะพบว่า ภาคกลางเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพมากที่สุด สะท้อนได้จากคะแนนศักยภาพติดตั้งโซลาร์ที่สูงสุดถึง 3.21 เนื่องจากเหตุผล ดังต่อไปนี้

1.     ภาคกลางมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวชั้นดีและระบบชลประทานที่ครอบคลุมมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งเอื้อต่อการทำเกษตรเชิงพาณิชย์และเหมาะกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกข้าว15

2.     ภาคกลางมีรายได้จากการขายข้าวต่อครัวเรือนมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ16 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ

3.   ภาคกลางมีความเข้มของแสงอาทิตย์มากที่สุดซึ่งส่งผลให้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคกลางสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เท่ากัน17

          เมื่อพิจารณาศักยภาพเป็นรายจังหวัดในภาคกลาง พบว่า จังหวัดที่มีโอกาสติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าจังหวัดอื่น ได้แก่ สุพรรณบุรี ชัยนาท พิจิตร พิษณุโลก และอยุธยา เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวชั้นดีจำนวนมาก และอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำสาขาที่มีโครงข่ายชลประทานรองรับในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังมีความเข้มของแสงอาทิตย์ ซึ่งเอื้อต่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูกข้าว18

ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับ

ความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำของภาคการผลิตข้าวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ภายใต้สมมุติฐานที่ว่าชาวนาที่มีพื้นที่นามากกว่า 20 ไร่ จำนวน 2%19 ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการสูบน้ำ คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่อุปทานราว 4,250 ล้านบาท20 ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ดังกล่าวมี 3 กลุ่ม ดังนี้

1.       ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งคาดว่าจะมีโอกาสสร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ราว 2,550 ล้านบาท20 โดยผู้ประกอบการที่มีโอกาสจะได้รับประโยชน์ดังกล่าวควรเน้นผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประเภท Bifacial N-type TOPCon เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่สูงและทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่าแผงประเภทอื่นๆ จึงเหมาะกับการใช้งานร่วมกับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์21

2.       ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าเชื่อมต่อ เช่น inverter ซึ่งคาดว่าจะมีโอกาสขยายยอดขาย inverter ราว 850 ล้านบาท20 โดยผู้ประกอบการมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์ดังกล่าวควรเน้นผลิต inverter ประเภท solar pump inverter เพราะ inverter ประเภทนี้รองรับโหลดประเภทมอเตอร์และปรับการทำงานของปั๊มน้ำตามความเข้มแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานร่วมกับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์21

3. ผู้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีโอกาสสร้างรายได้จากการให้บริการติดตั้งระบบดังกล่าวแก่ชาวนาในกลุ่มนี้ราว 850 ล้านบาท20 โดยผู้ประกอบการที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ดังกล่าวควรเป็นตัวแทนจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประเภท Bifacial N-type TOPCon ซึ่งเหมาะกับการใช้งานร่วมกับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ 21

ปัจจุบัน เกษตรกรบางรายเริ่มติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำการ
เกษตร เช่น เทศบาลตำบลท่าช้างติดตั้งระบบขนาด 28.8 กิโลวัตต์ เพื่อสูบน้ำให้พื้นที่เกษตรกว่า 200 ไร่
22 อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดด้านเงินลงทุนยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนารูปแบบบริการใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคต ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

แนวทางในการปรับตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์

เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์สามารถเข้าถึงลูกค้าที่เป็นชาวนาได้มากขึ้นและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้สามารถปรับตัวตามแนวทางดังต่อไปนี้

1.   ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอบริการ Solar Corporate PPA โดยลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และจำหน่ายไฟฟ้าให้ชาวนาที่ไม่ต้องการลงทุนเอง ทั้งนี้ ประเมินว่าค่าไฟฟ้าควรอยู่ไม่เกิน 2.90 บาท/หน่วย เพื่อให้ต้นทุนพลังงานของชาวนาต่ำกว่าการใช้น้ำมันดีเซลในการสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูกข้าว และควรกำหนดอายุสัญญาขายไฟฟ้าอย่างน้อย 6 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาเพียงพอในการคืนทุน23

2.     ผู้ประกอบการสามารถร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ชาวนาที่มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุน โดยชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวอย่างน้อย 8.2 ไร่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม เพราะเงินจากการประหยัดค่าน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 3.2 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับชาวนาไทยทั่วไปราว 7,880 บาท/ปี สามารถรองรับภาระผ่อนชำระสินเชื่อได้ ภายใต้สมมุติฐานที่ว่าสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ราว 5.58% ต่อปี และระยะเวลาผ่อนชำระ 15 ปี24

3.   ผู้ประกอบการสามารถให้บริการในรูปแบบ Cluster Model แก่วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนกลางสำหรับให้สมาชิกหลายรายใช้ร่วมกัน ซึ่งช่วยลดเงินลงทุนต่อราย และเพิ่มการเข้าถึงของเกษตรกรรายย่อย25

 

Summary

ภาคการผลิตข้าวของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากชาวนายังพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำเป็นหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำคิดเป็น 20% ของต้นทุนการผลิตข้าวทั้งหมด และคาดว่าปี 2569 ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกราว 20% YoY ทำให้การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่ต่ำกว่า 3.2 กิโลวัตต์ ถือเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับชาวนาทั่วไปที่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวเฉลี่ยราว 17 ไร่ และช่วยประหยัดค่าน้ำมันดีเซลราว 16,280 บาท/ปี ส่งผลให้คืนทุนได้ใน 5 ปี ซึ่งสั้นกว่าอายุการใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 15-25 ปี สะท้อนถึงความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์

โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 300 ล้านหน่วยไฟฟ้า/ปี ซึ่งทำให้เกิดความต้องการติดตั้งใหม่ราว 170 เมกะวัตต์ และสร้างเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นราว 4,250 ล้านบาท รวมทั้งช่วยประหยัดค่าน้ำมันดีเซลโดยรวมราว 880 ล้านบาท/ปี ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 2% ของชาวนาที่มีพื้นที่มากกว่า 20 ไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกราว 9.18 แสนไร่ ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสูบน้ำ

ทั้งนี้ ภาคกลาง โดยเฉพาะสุพรรณบุรี ชัยนาท พิจิตร พิษณุโลก และอยุธยา มีศักยภาพต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุด เพราะภูมิภาคเหล่านี้มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวชั้นดีและมีระบบชลประทานที่ครอบคลุมมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งเอื้อต่อการทำเกษตรเชิงพาณิชย์และการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าว

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของชาวนาในกลุ่มนี้จะสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ราว 4,250 ล้านบาท โดยผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีโอกาสสร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ราว 2,550 ล้านบาท ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าเชื่อมต่อ เช่น Inverter และผู้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและการให้บริการที่เกี่ยวข้องราว 850 ล้านบาทต่อกลุ่ม

นอกจากนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์สามารถต่อยอดไปยังธุรกิจ Solar Corporate PPA รวมทั้งสามารถร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อสำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจะได้เข้าถึงชาวนาที่มีข้อจำกัดเงินทุนได้มากขึ้น

 

1 ประเมินโดย Krungthai COMPASS ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 1) ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปี 2568-69 อยู่ที่ 32 บาท/ลิตร และ 38.2 บาท/ลิตร 2) การเพาะปลูกข้าว 1 ไร่      ใช้น้ำมันดีเซลในการสูบน้ำ 28.8 ลิตร/ปี (อ้างอิงจาก THAIPUBLICA(2557) และประเมินโดย Krungthai COMPASS)

2 อ้างอิงจากรายงาน เรื่อง “Renewable Power Generation Costs in 2024”, IRENA (2568)

3 ประเมินโดย Krungthai COMPASS ภายใต้สมมุติฐานว่า 1) ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 1 กิโลวัตต์ผลิตไฟฟ้าได้ 1,790 หน่วยไฟฟ้า/ปี 2) การเพาะปลูกข้าว 1 ไร่ ใช้น้ำทั้งหมด 1,650 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.)/ปี (อ้างอิงจากศูนย์วิจัยข้าวชัยนาถ และประเมินโดย Krungthai COMPASS) 3) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูกข้าวอยู่ที่ 0.2 หน่วยไฟฟ้า/ลบ.(อ้างอิงจาก Yoon et al. (2568), Agricultural Water Management) 4) ต้นทุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าวราว 25,000 บาท/กิโลวัตต์ (อ้างอิงจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(2567)

4 อ้างอิงจากสำมะโนการเกษตร พ.ศ.2566 ทั่วราชอาณาจักร

5 การเพาะปลูกข้าว 1 ไร่ ใช้น้ำมันดีเซลในการสูบน้ำ 28.8 ลิตร/ปี และราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ราว 33.3 บาท/ลิตร ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในปี 2569-74 (อ้างอิงจาก THAIPUBLICA(2557),Bloomberg Consensus (2569) และประเมินโดย Krungthai COMPASS)

6 อ้างอิงจาก SUNNERSYS และ PREMIER PRODUCT (พ.ค.2569)

7  ไฟฟ้านอกระบบคือไฟฟ้าที่ไม่ถูกผลิตและจัดจำหน่ายแก่การไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ กฟผ. กฟน. และกฟภ.

8 อ้างอิงจาก EPPO และรวบรวมโดย Krungthai COMPASS

9 อ้างอิงจากงานวิจัย เรื่อง “Willingness to Pay for Renewably Sourced Irrigation with Solar Water Pumping Systems in Drought-Prone Areas of Thailand”, N.Luangchosiri and Team (ม.ค.2568)

10 ประเมินโดย Krungthai COMPASS ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 1) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูกข้าวอยู่ที่ 0.2 หน่วยไฟฟ้า/ลบ.(อ้างอิงจาก Yoon et al. (2568), Agricultural Water Management) 2) การเพาะปลูกข้าว 1 ไร่ ใช้น้ำทั้งหมด 1,650 ลูกบาศก์เมตร./ปี 3) 2% ของชาวนาที่พื้นที่มากกว่า 20 ไร่ มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งหมด 9.18 แสนไร่ (อ้างอิงจากสำมะโนเกษตร พ.ศ.2566)

11 สมมุติฐานนี้พิจารณาจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวโดยเฉลี่ยของชาวไทยที่อยู่ราว 17 ไร่/ครัวเรือน และสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการใช้ไฟฟ้าของทุกกิจกรรมทั้งหมดในการทำการเกษตรของโลกที่อยู่ราว 2% ซึ่งเป็นข้อมูลของปี 2565 และอ้างอิงจาก REN21 (2567) และ IEA (ธ.ค.2568) พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินโดย Krungthai COMPASS

12 ประเมินโดย Krungthai COMPASS ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 1) ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 1 กิโลวัตต์ผลิตไฟฟ้าได้ 1,790 หน่วยไฟฟ้า/ปี 2) ต้นทุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าดังกล่าวอยู่ราว 25 บาท/วัตต์ (ที่มา: พพ.(2567))

13 การประเมินโดย Krungthai COMPASS ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่าต้นทุนน้ำมันดีเซลอยู่ราว 33.3 บาท/ลิตร ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดีเซลโดยเฉลี่ยในช่วงปี 2569-74 ที่ประเมินตาม Bloomberg Consensus

15 อ้างอิงจากรายงานเรื่อง”ระบบชลประทานกับเกษตรไทย”,ธนาคารแห่งประเทศไทย (2550) และวิเคราะห์โดย Krungthai COMPASS

16 อ้างอิงจากสำนักงานเศรษฐกิจทางการเกษตร (2567) และวิเคราะห์โดย Krungthai COMPASS

17 อ้างอิงจากพพ.(2560) และวิเคราะห์โดย Krungthai COMPASS

18 อ้างอิงจากรายงาน เรื่อง “แนวทางการส่งเสริมการเกษตรที่เหมาะสมตามฐานข้อมูลแผนที่เกษตรเชิงรุก”, กรมพัฒนาที่ดิน (2564) และรวบรวมและวิเคราะห์โดย Krungthai COMPASS

19  สมมุติฐานนี้พิจารณาจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวโดยเฉลี่ยของชาวไทยที่อยู่ราว 17 ไร่/ครัวเรือน และสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการใช้ไฟฟ้าของทุกกิจกรรมทั้งหมดในการทำการเกษตรของโลกที่อยู่ราว 2% ซึ่งเป็นข้อมูลของปี 2565 และอ้างอิงจาก REN21 (2567) และ IEA (ธ.ค.2568) พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินโดย Krungthai COMPASS

20 การประเมินผลประโยชน์จากการขยายตัวของความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้ในการสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูกข้าวที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับอยู่ภายใต้สมมุติฐานว่า 1) รายได้จากการผลิตและจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ราว 15 บาท/วัตต์ 2) รายได้จากการผลิตและจำหน่าย solar pump inverter อยู่ราว 5 บาท/วัตต์ 3) รายได้จากการให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 5 บาท/วัตต์ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ใช้ในการกำหนดสมมุติฐานต่างๆอ้างอิงจากรายงานสถานภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ปี 2566

21 อ้างอิงจากรายงานสถานภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ปี 2566 และรวบรวมและวิเคราะห์โดย Krungthai COMPASS

22 อ้างอิงจากสำนักข่าวทูเดย์ (มิ.ย.2569)

23 ประเมินโดย Krungthai COMPASS ซึ่งภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 1) ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ราว 33.3 บาท/ลิตร 2) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันดีเซลในการสูบน้ำอยู่ที่ 0.2 หน่วยไฟฟ้า/ลูกบาศก์เมตร และ 28.9 ลิตร/ไร่

24 อ้างอิงจากโครงการสินเชื่อสีเขียวของ ธ.ก.ส.

25 อ้างอิงจาก FAO(2564) 

 
 
 
 

 




ขนส่ง/พลังงาน/สิ่งแวดล้อม

ไตรมาสสุดท้ายปี 2569 เที่ยวบินเข้าไทยโต 5.8% (YoY) แต่ยังช้ากว่าหลายจุดหมายปลายทาง (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic) article
กฟผ. คว้า 5 รางวัล ASEAN Energy Awards 2026 article
ศูนย์กันก่อนท่วม จุฬาฯ จัดงาน เจาะลึกแนวโน้มความเสี่ยงด้านน้ำของไทย พร้อมเยี่ยมชม Water Lab งานวิจัย/นวัตกรรมด้านการจัดการน้ำ article
ชับบ์ ไลฟ์ ประเทศไทย พร้อมส่งความห่วงใยและอยู่เคียงข้าง มอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย article
ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าช่วยชาวบางน้ำเปรี้ยวมอบถุงกำลังใจผ่าน ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ร่วมฝ่าวิกฤตน้ำท่วม พร้อมดูแลสัญญาณสื่อสารต่อเนื่อง article
SJWD ขยายการลงทุน Wine Storage รับศักยภาพประเทศไทยขึ้นแท่นตลาดไวน์ใหญ่สุดในอาเซียน รุกเปิดบริการเฟส 2 เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเป็น 70,000 ขวด
KEX เผย Insight คนเมืองดันยอดส่งพัสดุพุ่ง ชูกลยุทธ์ “Urban Lifestyle Touchpoint” เจาะย่าน CBD รุกเปิดสาขา One City Centre ครบครันด้วยตัวเลือกบริการตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทั้งคนไทยและต่างชาติ
Cloud Consultant รุกธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ จับมือ Terawatt Energy ผสานเทคโนโลยี Sigenergy ขยายตลาดโซลาร์ไทย
ยูนิโคล่ ส่งมอบเสื้อผ้าจาก RE.UNIQLO และไอเทมจำเป็น ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร
Cloud Consultant รุกธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ จับมือ Terawatt Energy ผสานเทคโนโลยี Sigenergy ขยายตลาดโซลาร์ไทย ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและการตลาด เชื่อมการออกแบบระบบ เทคโนโลยี และบริการหลังการขาย ตอบโจทย์ครัวเรือนและภาคธุรกิจ
GC คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2569 ตอกย้ำ “องค์กรนวัตกรรมทำจริง” ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา ลดใช้พลาสติก 15% ลดคาร์บอนกว่า 16%
ALPHAX มอง Q3-Q4/69 สัญญาณบวก รับ High Season จากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
รฟม. จัดแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “10 YEARS MRT PURPLE LINE เติมเต็มความสุข ทุกจุดเชื่อมต่อ” ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาด 3 ปีต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทุกกลุ่ม article
PT ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่! เปิดสถานีบริการ ลำลูกกา 10 (คลอง 6) อัดโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจนักเดินทาง ระหว่างวันที่ 10–16 ต.ค.นี้
GULF ส่งมอบอุปกรณ์ทำความสะอาดและยาสามัญประจำบ้าน มูลค่า 1 ล้านบาท สานต่อภารกิจ ‘GULF Care’ ช่วยประชาชนฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.
“พลังงาน” ปรับยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันฯ รับวิกฤตยืดเยื้อ หนุนเชื้อเพลิงชีวภาพลดพึ่งพาการนำเข้า
ราคาน้ำมันโลกสูง หนุนเงินเฟ้อเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.82 พาณิชย์เร่งบริหารสินค้า รับมือน้ำท่วม ดูแลค่าครองชีพประชาชน
ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยรับมือน้ำท่วมปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ระยอง เร่งดูแลสัญญาณสื่อสาร พร้อมมอบ “ถุงกำลังใจ” ช่วยคนในพื้นที่
MPJ ส่งซิกปริมาณตู้หมุนเวียน Q3/69 พุ่ง 30% รับดีมานด์ แหลมฉบัง–ลาดกระบัง คึก เร่งขยายลานตู้อีก 28 ไร่ ดันรายได้ปีนี้แตะ 1,264 ล้านบาท
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ Data Insight ถอดรหัสพฤติกรรมคนไทยช่วงวิกฤตน้ำท่วม เผย Voice พุ่งสูงสุดกว่า 600% สะท้อนบทบาท “การสื่อสาร” ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน
บ้านปูพัฒนา AI ยกระดับการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น เสริมประสิทธิภาพการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง
ทีทีบี ชวนร่วมงาน fai-fah Art Fest 2026 : Art for Earth สัมผัสพลังสร้างสรรค์จากเด็กไฟ-ฟ้า และกิจกรรมรักษ์โลก ตั้งแต่วันที่ 6-8 ตุลาคม 2569 นี้ ห้ามพลาด!
PT จัดเต็มฉลองเปิดสถานีบริการใหม่ "สาขาทับมา 3" ยกทัพโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจคนเดินทาง 10-16 ต.ค.นี้!
กฟผ. ผนึกมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา และพันธมิตร ส่งคาราวานซ่อมระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม ให้ประชาชนกลับมาใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย
“พาณิชย์” ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เตรียมพร้อมรับมือฝนหนัก 4–10 ต.ค.
มูลนิธิกสิกรไทย จับมือคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และจังหวัดน่าน ร่วมพัฒนาพืชยาน่าน สู่ระบบวัตถุดิบยามาตรฐานสร้างรายได้ชุมชนควบคู่การฟื้นคืนป่าต้นน้ำ
EA ดันนวัตกรรมไทยจากงานวิจัยสู่การใช้จริง ต่อยอดวัสดุชีวภาพสู่การขนส่งเกล็ดเลือด–พิทักษ์หลักฐานสิ่งแวดล้อม ผนึก บพข. เปิดทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างโอกาสเชิงพาณิชย์
PT จัดเต็มฉลองเปิดสถานีบริการใหม่ "สาขาทับมา 3" ยกทัพโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจคนเดินทาง 10-16 ต.ค.นี้!
อีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับเทศบาลนครระยอง ส่งมอบน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัยสู่มือประชาชน ให้บริการน้ำสะอาดจากรถน้ำดื่ม ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย
บสย. ลงพื้นที่มอบถุงฟื้นฟู ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระดมทีมสำรวจผลกระทบ เร่งเยียวยา ลูกค้า-ลูกหนี้ ฝ่าวิกฤต
หัวเว่ย ไม่ทอดทิ้งพนักงานช่วงน้ำท่วม พร้อมส่งมอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน
Easy Money Group เคียงข้างชุมชน เดินหน้าธุรกิจควบคู่การดูแลสังคม ร่วมดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงเวลาที่สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของหลายชุมชน
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน คาดสรุปสาระสำคัญภายในเดือนตุลาคม 2569
ATLAS ส่งต่อพลังความห่วงใย มอบก๊าซหุงต้มพีทีกว่า 1,380 กิโลกรัม สนับสนุนโรงครัวและศูนย์พักพิง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ
GULF สานต่อภารกิจ ‘GULF Care ส่งต่อความห่วงใยให้คนไทย’ ส่งมอบอาหารปรุงสุก 16,000 กล่อง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
GPSC ขยายความร่วมมือเพิ่มศักยภาพ ผนึกพันธมิตรใหม่ KHNP รับ PDP 2026 เจาะลึกเทคโนโลยี สร้างความยืดหยุ่นพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR
ส.อ.ท. จับตา “แม่กลอง–เจ้าพระยา–ภาคตะวันออก” ย้ำภาคอุตสาหกรรมรับมือเชิงรุก ทบทวน BCP พร้อมรับน้ำทะเลหนุน
ตลาดพลังงานปี 2570 ตึงตัวน้อยลง แต่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง ขณะที่ปิโตรเคมีเผชิญปัญหา Oversupply ต่อเนื่อง
“KJL” เดินหน้าขับเคลื่อนพลังงานสะอาด จัดเวที “รวมพลคนไฟฟ้า โซลาร์รูฟ” ยกระดับมาตรฐานสู่ภาคอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี
กรมศุลกากร ตรวจยึด “ขยะแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนกับเศษและของที่ใช้ไม่ได้” น้ำหนักของกลางกว่า 48 ตัน ลักลอบเคลื่อนย้ายข้ามแดน
ปตท. มุ่งสร้างศักยภาพชุมชนเครือข่ายผ่านหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 12
GUNKUL เซ็นสัญญา EGAT PPA เพิ่ม 261.8 MW เติมพอร์ตพลังงานสีเขียว พร้อมเสริม Synergy โรงไฟฟ้าร่วมกับ GULF รองรับการเติบโตระยะยาว
“โกลเบล็ก” มอง SET สัปดาห์นี้แกว่งผันผวน รับแรงกดดันตะวันออกกลางดันน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์สูง
ส.อ.ท. จับตาสถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ ย้ำภาคอุตสาหกรรมรับมือเชิงรุก–ทบทวน BCP
EGCO Group รุกขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวในต่างประเทศ ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าลม-โซลาร์ “Pinnacle IV” ในสหรัฐฯ ขนาด 339 MW รับรู้รายได้ทันที มุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดทั่วโลก คว้าโอกาส Gold Standard รองรับการเติบโตจาก Data Center และ AI
อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคารพหลักสิทธิมนุษยชน
การบินไทยเดินหน้าสู่ Top 20 สายการบินที่ดีที่สุดของโลก จาก World Airline Awards 2026
ประธาน ส.อ.ท. แนะโรงงานเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน รับมือราคาน้ำมันผันผวน
กลุ่ม ปตท. ผนึก กรุงไทย ต่อยอดโครงการ Carbon Credit Linked Derivatives ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตไทยสู่มาตรฐานโลก
กฟผ. เปิดสถานีไฟฟ้าแรงสูงสามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าเสริมความมั่นคงในพื้นที่นครหลวงและภาคกลางตอนบน
ก.พลังงาน – พพ. – กฟผ. เดินหน้าโครงการเบอร์ 5 “Small Savings to Big Power” ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน “เล็กแต่ยิ่งใหญ่”
ครม. อนุมัติแผนรองรับวิกฤตน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม ปี 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่รับมือตลาดโลกผันผวน ลดพึ่งพานำเข้า
DMS เชื่อมโลกเทคโนโลยี สู่ความร่วมมือระดับสากล ณ ประเทศนอร์เวย์ เสริมศักยภาพโซลูชันซ่อมบำรุงและยืดอายุโครงสร้างใต้ทะเล รองรับความท้าทายอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่
GPSC ชู Helios รุกพลังงานสะอาด ส่ง Getz AKK UJV เซ็น EPC โซลาร์ฟาร์ม 148 MW
สเลย์ทริกซ์ จับมือ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดสถานีชาร์จเร็ว 120 kW เติมความสะดวกคนสมุทรสาคร พร้อมโปร 6.9 บาท/kWh นาน 3 เดือน
ปตท.สผ. เดินหน้าพัฒนาแหล่งก๊าซฯ บุษบง รองรับการใช้พลังงานของประเทศในอนาคต
T-VER ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ: Carbon Markets Club และ Macao International Carbon Emission Exchange สร้างธุรกรรมคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดน ได้รับคัดเลือกเป็น Best Practice จีน–อาเซียน
DECO ผนึกพันธมิตร EV ลุยระบบชาร์จเร็ว “NEXA EV Station Hub” สองบริษัทยัหษ์ใหญ่ NT จับมือ MEAei หนุนปักหมุด ทั่วประเทศ
เชลล์คว้ารางวัลสูงสุดระดับ “Diamond” จาก DOEB Fuel Management Award พร้อมสถานีบริการ 420 แห่งทั่วประเทศได้รับการรับรองระดับ “ดีมาก”
GGC เดินหน้าปรับโครงสร้างทุนสำเร็จ ยกระดับความมั่นคงทางการเงิน พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
กำลังผลิต Solar แซงถ่านหินในจีนครั้งแรก: นัยต่อโครงสร้างพลังงานและผู้ประกอบการไทย (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic)
ทศวรรษแห่งความสำเร็จ! บางกอกแอร์เวย์สคว้า 2 รางวัลเกียรติยศ “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก” และ “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในเอเชีย” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
ส.อ.ท. เตือนภาคอุตสาหกรรมรับมือ “สองความเสี่ยงน้ำ” เฝ้าระวังน้ำท่วมเฉพาะพื้นที่–เร่งวางแผนน้ำต้นทุนรับฤดูแล้ง
ปตท.สผ. คว้า 7 รางวัลดีเด่น จาก EIA Monitoring Awards 2026
มติ กพช. ลดภาระค่า Ft ให้ประชาชน ไฟเขียว “โซลาร์ภาคประชาชน” ขยายเป้าหมายรับซื้อ 10,000 เมกะวัตต์ อัตรา 2.20 บาท/หน่วย ยาวขึ้นเป็น 20 ปี
EGCO Group เน้นพลังกลยุทธ์ Asset Recycling ต่อเนื่อง ลุยขยายฐานสหรัฐฯ เข้าซื้อหุ้น 45% โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT “Astoria Energy II” ขนาด 615 MW ใจกลางนครนิวยอร์ก โชว์วินัยการจัดสรรเงินทุน หมุนเวียนเงินสดเข้าสินทรัพย์คุณภาพสูง รับรู้กระแสเงินสดทันที รับอานิสงส์ D
ส.อ.ท. เสนอรัฐยกระดับ “เอทานอล” สู่เชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ เชื่อมพลังงาน–เกษตร–อุตสาหกรรม สร้างความมั่นคง ลดนำเข้าน้ำมัน เพิ่มขีดแข่งขันไทย
สนพ. เผยครึ่งปีแรก 69 การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่ม 0.9% ตามเศรษฐกิจขยายตัว จับตาราคาพลังงานโลกผันผวน คาดทั้งปีความต้องการพลังงานเพิ่ม 1.4%
GPSC คว้า 6 โครงการผลิตไฟสะอาด 105 MW ตามสัดส่วนการถือหุ้น ขยายพอร์ตลงทุน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero
“พลังงาน” จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ กรอง’ดีมานด์ไฟฟ้าเทียม‘ เคาะ 8.8 กิกะวัตต์ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายอัจฉริยะ
“โกลเบล็ก” มองหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน เซ่นน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสหรัฐฯ แนะสแกนหุ้น FTSE Rebalance
SSP ลั่นพร้อมชิง PDP 2026 กำลังผลิต 50,900 MW ชูฐานะการเงินแกร่ง – ศักยภาพการพัฒนาโครงการสูง ดันพอร์ตโรงไฟฟ้าทะยานแตะ 1,000 MW ในปี 75
ซันโทรี่สานต่อโครงการ “เพาะรักษ์น้ำ ฟื้นป่าคืนชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ขยายผลการฟื้นฟูสู่ “พื้นที่สีเขียวในเมือง” เสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ไลอ้อน ประเทศไทย ตอกย้ำภารกิจลดคาร์บอน ได้รับการรับรองฉลาก CFR 7 ผลิตภัณฑ์ พร้อมฉลาก CFP 26 ผลิตภัณฑ์
การ์ทเนอร์คาดการณ์รายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2569 พุ่งแตะ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประธาน ส.อ.ท. ชู 5 ข้อเสนอ PDP2026 เปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าไทย มั่นคง–ต้นทุนแข่งขันได้–เข้าถึงพลังงานสะอาด
บางจากฯ ร่วมช่วยเกษตรกร สมาชิกบางจากกรีนไมลส์เติมน้ำมันทุกชนิด รับฟรีมังคุดสดจากสวน
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
EGCO Group บุ๊กรายได้ 2.8 พันล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ Asset Recycling ปิดดีลขายหุ้น 49% โรงไฟฟ้าบ้านโป่ง-คลองหลวง กับ J-POWER
บาฟส์ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร
บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน เสริมแกร่งสู่ตลาดโลก ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero
ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญ ส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง
GULF และ Singtel Group ผนึกความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย–สิงคโปร์ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค
UNIX เปิดเกมครึ่งหลังปี 69 รับการเติบโตต่อเนื่อง เครื่องจักรใหม่เสริมทัพ - รับดีมานด์แกร่ง ชูนวัตกรรมฟิล์ม MDO PFAS Free สอดรับเมกะเทรนด์โลก
GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจดิจิทัล
บางจากฯ คว้ารางวัลสูงสุดระดับ “Diamond” จากกรมธุรกิจพลังงาน การันตีมาตรฐานน้ำมันคุณภาพสูงทุกลิตร
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย สานต่อโครงการ “ระยองรักษ์น้ำ” ปีที่ 3 ขยายการดูแลคุณภาพน้ำสู่ชุมชนตั้งแต่ต้นทาง
“พลังงาน” ย้ำพร้อมรับมือราคาน้ำมันโลกผันผวน เดินหน้าบริหารทั้งด้านราคา–จัดหา–สำรอง สร้างความมั่นคงพลังงานไทย
CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลัง COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม
ไทยออยล์ได้รับการรับรอง CAC เป็นครั้งที่ 4
ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน รับเกียรติบัตรโครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กร ตอกย้ำการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
GUNKUL จับมือรัฐบาลฟิลิปปินส์ เซ็น LOI เดินหน้าโครงการ Solar Floating 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมจ่ายไฟปลายปีหน้า 2570 หนุนการเติบโตพลังงานสะอาดของประเทศอย่างยั่งยืน
ตรวจบิล “ไฟชั่วคราว” 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
134 ปีแห่งความไว้วางใจ เชลล์คว้า 3 รางวัล TIBA 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรม พร้อมเชิดชูผู้นำและผู้ประกอบการต้นแบบเติบโตเคียงข้างประเทศไทย
ปตท.สผ. จัดงาน PTTEP KM Week 2026 แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม ขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ
การประปานครหลวงระดมทุนด้วย Green Loan เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของระบบประปา
การบินไทยจับมือ CHAMP Cargosystems ยกระดับธุรกิจ Cargo สู่ยุคดิจิทัลด้วย Cargospot neo
รมว.พลังงาน รับโจทย์ใหญ่ความต้องการไฟฟ้าไทย เร่งวางแนวทาง – โครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน พร้อมดึงเวที Gastech 2026 ชื่อมเทคโนโลยี เงินลงทุน และความร่วมมือพลังงานโลกสู่ไทย
เอกนัฏ มอบฐิติภัสร์ นำกระทรวงพลังงาน บุกตรวจ Data Center ย่านพระราม 9 พบเก็บดีเซลกว่า 2 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต จ่อแจ้งความ 3 ก.ย.





ช่องยูทูป INTV Thai


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3