ReadyPlanet.com
dot dot
ผักไทย ผักไม่ปลอดสารพิษ อัพยาฆ่าแมลงคร่าชีวิตด้วยโรคร้าย

       ประเทศไทยมีความพยายามจะประกาศเป็น “ครัวโลก” แต่สภาพตอนนี้ดูเหมือนกลับกลายเป็น “ครัวโรค” เพราะอะไร? มาตรการแก้ไขจะทำได้หรือไม่? โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในวงจร “เกษตรพันธสัญญา” ที่ชาวไร่ชาวนากลายเป็นทาสสัญญาไม่เป็นธรรม
       ย้อนไปเกือบสิบปีที่แล้ว คนไทยไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังตายผ่อนส่ง ด้วยการกินพิษร้ายจากสารเคมีที่ใช้ในแปลงเกษตรทั่วไป โดยเฉพาะผักและผลไม้หลักฐาน มาถูกเปิดเผยเมื่อ “อียู” (สหภาพยุโรป) ซึ่งมีระบบตรวจสอบสารพิษในอาหารที่นำเข้าประเทศ (Rapid Alert System for Food: RASFF) เมื่อปี 2553 หลังสุ่มตรวจผักผลไม้นำเข้าจากไทยพบว่า มีสารเคมีและแมลงศัตรูพืชตกค้างอันดับหนึ่ง
         อียู ส่งข้อมูลตรงกลับมาที่รัฐบาลไทย พร้อมประกาศห้ามนำเข้าชั่วคราวทันที โดยเฉพาะผักตระกูลถั่ว ตระกูลมะเขือ กะหล่ำ พริก กะเพรา เนื่องจากตกใจที่ตรวจพบยาฆ่าแมลงอันตรายกว่า 20 ชนิดที่ทั่วโลกห้ามใช้เด็ดขาด เช่น คาร์โบฟูราน (Carbofuran), เมโทมิล (Methomyl) ฯลฯ
         ผ่านไปหลายปี “อียู” ยังคงตรวจอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยแลนด์จะถูกนำมาตรวจเกือบทั้งหมด โดยไม่สุ่มตรวจเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า สารเคมีพิษที่ตกค้างในอาหารเป็นพิษร้ายอันตรายสะสมในร่างกายก่อให้เกิดมะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือมีอาการทางจิตประสาท
       เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทยแพน (Thai-PAN : ThailandPesticide Alert Network) เริ่มสุ่มตรวจในประเทศอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2555 ทำให้เจอข้อมูลสะเทือนขวัญผู้บริโภคว่า กว่าร้อยละ 60 - 70 ของผักผลไม้ยอดนิยมที่คนไทยชอบกินนั้น มียาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าโรคพืช และสารเคมีร้ายแรงที่ห้ามใช้ทั่วโลกหลายชนิด
       เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคพยายามออกมาผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ จัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ดูเหมือนสถานการณ์จะดีขึ้นในพืชผักบางประเภท แต่ตัวเลขล่าสุดของปี 2559 ก็ยังน่าตกใจ เพราะพบสารพิษตกค้างถึง 66 ชนิด รวมถึงการที่ อียูหวาดผวา 2 ชนิด ได้แก่ “คาร์โบฟูราน” พบตกค้างในพริก และ “เมโทมิล” ในฝรั่ง
       4 พฤษภาคม 2559  “ไทยแพน” จัดแถลงข่าวเปิดเผยตัวเลขหลังจากเก็บตัวอย่างผัก 10 ชนิด ผลไม้ 6 ชนิด รวม 138 ตัวอย่าง ได้แก่ กะหล่ำปลี แตงกวา ผักบุ้งจีน มะเขือเทศ ผักกาดขาวปลี คะน้า ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ กะเพรา และพริกแดง และชนิดผลไม้ 6 ชนิด ได้แก่ แตงโม มะม่วงนำ้ดอกไม้ มะละกอ แก้วมังกร ฝรั่ง และส้มสายน้าผึ้ง 
      โดยสินค้าสุ่มซื้อมาจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง 7 แห่ง เขตกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และ อุบลราชธานี ระหว่าง 16 - 18 มี.ค.59 ตัวอย่างทั้งหมดส่งไปตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการใน “อังกฤษ” เนื่องจากวิเคราะห์สารพิษตกค้างได้ถึง 450 ชนิด
       ผลการตรวจสารพิษตกค้างอันดับ 1 คือ “พริกแดง” พบทั้งหมด 100% ของตัวอย่าง อันดับ 2 กะเพราและถั่วฝักยาว พบ 66.67% อันดับ 3 คะน้า 55.56% ส่วนผลไม้ที่มีสารตกค้าง อันดับ 1 คือ ส้มสายนำ้ผึ้ง และฝรั่ง พบ 100% รองลงมาเป็นแก้วมังกร มะละกอ มะม่วงน้าดอกไม้ ซึ่งพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน 71.4%
       และที่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้บริโภคมากสุด คือ พบว่าผักและผลไม้ “ปลอดสารพิษ” ที่ได้รับตราคิว “Q” หรือได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กลายเป็นว่า มีสารเคมีมากสุด และสูงถึง 57.1% ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มผักผลไม้ “ไร้สารพิษ” หรือพวกออร์แกนิคไทยแลนด์ (Organic Thailand) ซึ่งหมายถึงไม่มีการใช้สารเคมีในแปลงที่ปลูก พบสารพิษตกค้างสูงเกินมาตรฐานถึง 25% หรือ 1 ใน 4 ของจำนวนตัวอย่าง
       ขณะที่ราคาของพืชผักไร้สารพิษ ปลอดสารพิษจะแพงกว่าธรรมดา 2 - 3 เท่า เช่น คะน้าขายในตลาดสด 30 - 50 บาท เพิ่มเป็น 150 - 250 บาท พริกในตลาดแพ็คละ 20 - 30 บาท หากเป็นปลอดสารพิษพุ่งสูงถึง 200 - 300 บาท
      “ปรกชล อู๋ทรัพย์” ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ อธิบายว่า ผักตรา Q คือ ผักปลอดสารพิษหมายถึงผักที่ใช้สารเคมีบ้าง แต่การเก็บเกี่ยวจะระวังไม่ให้มีการตกค้างหลงเหลือมาถึงผู้บริโภค ส่วนผักไร้สารพิษนั้น คือ แปลงผักต้องไม่ใช้สารเคมีเลย 
      การสำรวจครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า ผู้บริโภคเหมือนถูกหลอกให้จ่ายแพงกว่า แต่เสี่ยงได้รับพิษเหมือนกัน โดยเฉพาะผักไร้สารพิษที่พบร้อยละ 25 ถือว่าสูงมาก เพราะหลักการแล้วไม่ควรตรวจพบเลย พร้อมกล่าวแนะนำว่า
      ตอนนี้มี 3 มาตรการสำคัญที่จะต้องเร่งทำ คือ ส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรลงไปตรวจสอบว่า เจ้าของสินค้าทำผิดขั้นตอนส่วนไหน หรือ เป็นการแอบอ้าง และจากนี้ไปหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องช่วยกันตรวจสอบผักผลไม้ทั้งไร้สารและธรรมดา ว่า    
      "กลุ่มที่มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานมาจากไร่สวนบริเวณใด 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าที่วางขายต้องช่วยกันรับผิดชอบคุณภาพสินค้าเกษตร เพราะเป็นตัวกลางที่ได้ผลกำไร ต้องสร้างระบบดูแลคุณภาพของตัวเอง สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ และ 3 ผู้บริโภคต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา สร้างเครือข่ายกดดันให้มีการผลิตและวางขายเฉพาะสินค้างเกษตรที่ปลอดภัย”
       คำถามที่ยังค้างคาใจคือ ทำไม “พริก” จึงกลายเป็นผักที่มีสารพิษตกค้างมากสุดถึง 23 ชนิด และพบตัวอย่างที่เก็บมาตรวจ ?
       จึงมีตัวแทนจาก “คณะทำงานติดตามผลกระทบเกษตรพันธสัญญา” เปิดเผยเบื้องหลังฟาร์มพริกให้ฟังว่า ปัจจุบันการปลูกพริกเพื่อจำหน่ายนั้น ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของกลุ่มนายทุนขายเมล็ดพันธุ์พืช โดยเริ่มจากชักชวนเกษตรกรกลุ่มแรกมาสมัครสมาชิกหรือแปลงเกษตรพันธสัญญา เพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์พริกขายให้แปลงผักทั่วไป 
       ฟาร์มพริกนี้จะต้องรับชนิดพันธุ์ที่ตกลงในสัญญาเท่านั้น และต้องซื้อ ต้องใช้ ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าโรคพืช สารกำจัดวัชพืช ฯลฯ ตามที่ตกลงกันไว้.เพื่อให้ได้เมล็ดแม่พันธุ์ที่อวบอิ่ม สวยงาม สีแดงเขียวสดใส จากนั้นนายทุนจะซื้อเมล็ดไปขายให้ชาวไร่ทั่วไปที่ปลูกพริกขาย และทำสัญญาคล้ายคล้ายคลึงกัน เพื่อให้ใช้สารเคมีจำนวนมาก เพราะกำไรที่นายทุนได้มาจากส่วนนี้เป็นหลัก
       "พริกทั่วไปถ้าไม่ใช้ยาฆ่าแมลง จะไม่ค่อยอวบสวย และต้นพริกโดยธรรมชาติติดโรคและตายง่าย ทำให้ต้องกระหน่ำใส่ยาต่างๆ เต็มที่ สารพิษเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อของพริก เพราะสะสมตั้งแต่ในเมล็ดพันธุ์ ไม่สามารถล้างออกได้ คนกินจึงได้รับอันตรายสุด สุ่มตรวจเท่าไรก็เจอ 
       รัฐบาลต้องเริ่มเอาจริงในการจัดการกับระบบเกษตรพันธสัญญาที่หลอกล่อให้ชาวไร่ชาวนากู้ยืมจากนายทุน สุดท้ายไม่มีเงินคืน ก็กลายเป็นหนี้สิน ต้องทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง ให้ใช้สารเคมีอะไรก็ใช้ นายทุนไม่สนใจว่า มีสารพิษตกค้างไปทำอันตรายคนกินแค่ไหน”
       ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายเกษตรกรทางเลือกฯ พยายามผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองเกษตรพันธสัญญา” เพื่อช่วยดูแลไม่ให้ชาวไร่ชาวนาตกเป็นทาสนายทุน 
       โดยเนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ
       1. ห้ามทำสัญญา “ได้เปรียบ” อีกฝ่ายหนึ่ง 
        2. ห้ามส่งไม่ให้ขาย “พันธุ์พืช - สัตว์” “อาหาร” “ยา” และ “ปัจจัยผลิต” ที่ไม่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกรหรือคู่สัญญา
        3. “ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร” ต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ 
        4. ต้องเปิดเผยข้อมูลสัญญาต่อสาธารณะ 
        5. รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริม “การลงทุน” และ “ภาษีอากร” ให้กับบริษัทหรือเอกชนที่ประกอบธุรกิจด้านการเกษตรพันธสัญญา
        6. ทั้งฝ่ายเกษตรกรและบริษัทเอกชน ต้องร่วมกันรับผิดชอบหากทำความเสียหายให้สิ่งแวดล้อม 
        7. แต่งตั้ง “คณะกรรมการระงับข้อพิพาท” ทุกจังหวัด 
        และ 8. เมื่อมีการร้องเรียนต้องพิจารณาระงับข้อพิพาทให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน โดยผู้ที่ทำผิดต้องรับโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับ 2 แสน - 1 ล้านบาท ตามที่กฎหมายกำหนด
       ล่าสุด ร่างกฎหมายข้างต้นอยู่ที่ “สนช.” หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ถูกยกเป็นกฎหมายสำคัญ จึงไม่ได้รีบเร่งพิจารณา !?!
       ชาวบ้านได้แต่หวังว่า ตัวเลขสารพิษที่ตกค้างในผัก - ผลไม้ ที่ถูกเปิดเผยออกมานั้น อาจทำให้รัฐบาลเร่งสปีดออกกฎหมายตัวนี้มา และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดการควบคุมดูแล
         ก่อนที่คนไทยจะตายผ่อนส่งเพราะกิน “ผักพิษ” “ผลไม้พิษ” ที่สำคัญ คือ มะเร็งหรือโรคร้ายที่เกิดจากสารพิษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดกับทุกคนที่จับจ่ายซื้ออาหารเข้าร่างกายวันละ 3 มื้อ
       อย่าปล่อยให้คนไทยทำงานหนัก แล้วสุดท้ายเอาเงินไปซื้อสารพิษกิน และอย่าปล่อยให้ชื่อเสียงไทยแลนด์จาก “ครัวโลก” เป็น “ครัวโรค” !
                                          
                                                    ที่มา : คมชัดลึก




ความรู้ทั่วไป

“สินบน” ภัยร้ายกระทบธุรกิจไทย –ป.ป.ช. แนะ 8 หลักการป้องกันตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
แนะเคล็ดลับ “ปรับบ้านรับทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ย” กับหมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา
“ดูดนิ้ว หยิบของเข้าปาก” หากลูกน้อยคุณกำลังอยู่ในวัยนี้ พึงเฝ้าระวัง อาจเสี่ยงเป็นโรคท็อปฮิต “มือ เท้า ปาก” ได้
เกษตรกรแห่ใช้ชีวภัณฑ์ไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงสายพันธุ์ไทย กรมวิชาการเกษตรรุดสร้างเกษตรกรต้นแบบผลิตเองได้ใช้เป็น
กว่าจะถึงวันนี้…โรคโกเช่ร์ หนึ่งในโรคหายาก โมเดลต้นแบบแห่งความหวังของกลุ่มโรคพันธุกรรม LSD ในอนาคต
ศัลยกรรมหน้าอย่างไร ให้ปัง!! ไม่พัง! ไม่โป๊ะ!
รู้หรือไม่ โรคที่มากับหน้าฝนไม่ได้มีแต่ไข้เลือดออก “ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย
5 เทคนิคเรียนออนไลน์ให้สำเร็จ สนุก และมีประสิทธิภาพ
สังเกตุตนเองให้ดี คุณเสี่ยงเป็นโรคพยาธิหรือเปล่า?
ปวดข้อ-ปวดเข่าเรื้อรัง ไม่หายเสียที มา Checklist กันหน่อย ปวดแบบไหนเสี่ยงเป็นโรค “ข้อเข่าเสื่อม”
“โรคธาลัสซีเมีย” มรดกถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก วางแผนครอบครัวก่อนแต่งงานมีบุตร ลดการเกิดผู้ป่วยรายใหม่
คลายข้อสงสัย?? หน้ากากผ้าทั่วไปสามารถป้องกันไวรัส COVID-19 ได้หรือไม่
5 เทคนิคท่องเที่ยวฉบับมือโปรรับยุคใหม่แบบ New Normal
“ก้างปลาติดคอ” เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก ปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อเป็นหนองได้
“โรคมะเร็งตับ” ความเสี่ยงและการป้องกัน
ชาวบ้านแห่เช่าบูชาแหวนหัวนะโม เชื่อปัดเป่าโรคร้าย โควิด 19 article
เตรียมความพร้อมรับมือ PM 2.5 ฝุ่นจิ๋วภัยร้ายที่ยังลอยนวล
ศูนย์บริการและวิจัยไรฝุ่นศิริราช รุกผลิตวัคซีนโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตให้ภาคเอกชน
เปิดคัมภีร์ขายออนไลน์ ขายอย่างไรให้รุ่ง
สัมพันธ์ซับซ้อนของคน Gen Z กับโซเชียลมีเดีย
ร่างกายปลอดภัย ชีวิตไม่พัง ศึกษาให้ดีก่อน “ศัลยกรรมความงาม”
ออมเงินแบบมีเทคนิค ได้ทั้งดอกเบี้ย และได้ความคุ้มค่า
7 เทคนิคเตรียมรถให้พร้อม เพิ่มความปลอดภัย ขับขี่ในหน้าฝน
ไฟโตนิวเทรียนท์ในน้ำผลไม้ ตัวช่วยให้สาวๆสวยสดใสจากภายในสู่ภายนอก
A4One Story
ระดมความคิด เสนอ 4 มาตรการ “จำกัดการใช้” พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต
กลุ่มนักวิชาการและแพทย์ ชี้ข้อเท็จจริงว่า พาราควอต จำเป็นต่อการเกษตร
แพทย์ชี้ ใช้พาราควอตทางกสิกรรมไม่มีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม
ประสิทธิภาพฟังก์ชั่นลับๆของ Klip เทพสุดๆไปเลย ! article
แนะนำ แอป JoYo แอปน้องใหม่อินเทรนด์ article
แค่บัตรประชาชน Smart Card ใบเดียว ก็สามารถแลกกล่องดิจิตอลทีวีได้แล้ว article
ประโยชน์จากกาแฟ จิบนิดๆ ประโยชน์มากกว่า article
สาวอ้วนน้ำตาแทบไหล ใครๆก็ถามว่าจะผอมชาตินี้หรือชาติหน้า?! article
กินอาหารดีก็แข็งแรงได้ แม้เป็นมะเร็ง
ดาร์กช็อกโกแลต ลดเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ article
เอาแล้วไง?! หนุ่มเจ้าของลัมโบร์โชว์หลักฐานเด็ด มือแชร์-โพสต์งานนี้มีหนาว ลั่นแจกเงินหมื่นให้คนแคปโพสต์ article
บารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ใครคิดว่าปลอดภัย ? article
4 สิ่ง อย่าทำ ก่อนเข้านอน article
เมล็ดเจีย เมล็ดเชีย chia seed อาหารลดความอ้วน กำลังอินเทรนด์ article
ข่าวดี ! อาจารย์ ม.นเรศวร ค้นพบสารยับยั้งเติบโตมะเร็ง จากยาง "ต้นรัก" article
อีฟนิ่งพริมโรส กินแล้วดียังไง? article
Online Shopping Addiction อาการติดช้อปปิ้งออนไลน์ ที่หลายคนแอบป่วยอยู่ article
อย. ย้ำยังไม่มีการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด article
4 เรื่องควรรู้ ก่อนใช้ “ก้านเสริมดั้ง” article
แฟชั่นใส่เสื้อดำขาว ไปทำงาน 7 วัน ไม่ซ้ำแบบ article
14 ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ของดีราคาถูก ที่หลายคนอาจมองข้าม article
บทความพิเศษ เรื่อง น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง........จริงหรือ?
บทความพิเศษ เรื่อง : ภาวะจิตของวัยรุ่น เมื่อเป็นสิว
แจกสูตรอาหารล้างอุจจาระตกค้างในลำไส้
ประกาศเตือนภัย!!!! ป้ายยาจับเหยื่อสาวขายตัว
คิดเยอะๆ ก่อนเลือก ‘เครื่องสำอาง’
ต้นข้าวสาลีอ่อน" ให้น้องหมากินดีต่อสุขภาพจริงหรือ!?
สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย
จิ้งจอกสยามเตรียมขนผู้เล่นชุดใหญ่เยือนไทย
เกร็ดความรู้ เล็กๆน้อยๆ จาก TAXI ที่ ใจดี เขาแนะนำ
การปรุงอาหารด้วยวิธีการยำ
การปรุงอาหารด้วยวิธีการย่าง
การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด
การปรุงอาหารด้วยวิธีการตุ๋น
เทคนิคการปรุงอาหาร
แรกนาขวัญ
สารอาหารที่สำคัญจากข้าวไรซ์เบอร์รี่
สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว
การป้องกันพิษภัยจากแสงแดด
สาระน่ารู้ เตรียมผิวสู้แดด



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


dot

dot


แหล่งรวมหนังสือิเลคทรอนิกส์
สถานีข่าวสารและความบันเทิง
แหล่งรวมข่าวสาร
คลิบข่าวธุรกิจ
คุ้ยข่าวบันเทิง
ข่าวทั่วไป
ไอจีตลาดวิเคราะห์-ไอเอ็นทีวี
ทวีตของตลาดวิเคราะห์และไอเอ็นทีวี
ไลน์ข่าวสาร
ไลน์ตลาดวิเคราะห์-ไอเอ็นทีวี
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!
ติดต่อโฆษณา คลิ๊ก!!!


Copyright © 2016 inTV co.,Ltd. All Rights Reserved ติดต่อโฆษณา โทร.081-927-2471 และ 02-733-8791-3